เรื่องย่อ รักเธอยอดรัก
September 28, 2008 Tweet
บทประพันธ์โดย : สวลี ส่องแสง
บทโทรทัศน์ วรินทร์ธรา
กำกับการแสดง อดุลย์ บุญบุตร
แพร่ภาพทุกคืนวันศุกร์ — อาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551
“อัมวิกา วัชราวัฒน์” (ณปภา ตันตระกูล) ได้รับข่าวร้ายจากการจากไปของน้องสาวคนเดียว “อัปสร” (วาสิตา วิเศษพันธ์) ทำให้การเหยียบย่างเข้าสู่บ้าน ‘วัชราวัฒน์’ ของเธอเป็นเหมือนการกระโดดลงสู่หุบเหวแห่งความโศกเศร้า ภาพในอดีตความอบอุ่นระหว่างอัมวิกาและอัปสรสาวน้อยผู้ร่าเริง กลายเป็นความเศร้าทำให้อัมวิกาสลัดความมุ่งหมายในชีวิตทั้งมวลที่ เคยคิดว่าจะนำความรู้จากต่างแดนมาทำงานรับใช้แผ่นดิน เหลือเพียงงาน ‘งานชำระแค้น’ เพราะคำบอกเล่าของมารดาที่บอกกับเธอว่า ผู้ชายที่ทำให้อัปสรเสียใจจนต้องฆ่าตัวตาย คือ สกรรจ์ ศานติวรรษ (ทฤษฎี สหวงษ์) ดังนั้นแผนการแก้แค้นของเธอจึงได้เริ่มขึ้น ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนคือการตอบโต้ให้ผู้ชายใจชั่วได้รู้ฤทธิ์ของ การ ‘ตายทั้งเป็น’ !
มิใยว่าวิญญาณของอัปสร จะเฝ้าวนเวียนมาเพื่อสื่อสารกับพี่สาวว่า กำลังแก้แค้นผิดตัว หากแต่พลังของวิญญาณก็ทำได้เพียงร้องไห้ เพราะบาปของการฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณอัปสรมิอาจส่งเสียง ทำให้อัมวิกายิ่งเร่งไฟแค้นให้หนักขึ้นเพราะคิดว่าน้องสาวไม่ได้ ไปผุดไปเกิดเพราะทนทุกข์ทรมานกับการกระทำของสกรรจ์
แต่แผนการณ์ของเธอก็ต้องสะดุดลง เพราะผู้ชายที่เป็นเหยื่อแค้นของเธอ กลับกลายเป็นคนรักของ “รังรอง” (เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์) เพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวของเธอเอง แผนการณ์จะเข้าใกล้สกรรจ์กลายเป็นโจทย์ยาก อัมวิกาแยกสกรรจ์ออกจากรังรองจนทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าจะมาแย่งคน รัก แต่อัมวิกาก็เปลี่ยนแผนโดยแนะนำให้รังรองรู้จักกับพี่ชายของตัวเอง คือ “เอกชัย” (นิธิ สมุทรโคจร) ซึ่งเขาก็ถูกใจรังรองตั้งแต่แรกพบ และเริ่มคบหาโดยไม่รู้ว่ากำลังเป็นหมากตัวหนึ่งของน้องสาว แต่กลับไม่ได้ผลเพราะสกรรจ์ไม่ได้มีท่าทีเสียใจกับการที่รังรอง เปลี่ยนใจจากเขา ทำให้อัมวิกายิ่งชิงชังและเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้ชายมักง่าย และยิ่งรังเกียจเมื่อเห็นเขาเปลี่ยนคู่ควงเป็น “วิมาดา” (พิมอักษิพร วินโกมินทร์) โดยไม่รู้ว่าสกรรจ์นั้น มิได้รักรังรองอย่างคู่รัก ส่วนวิมาดา ก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ “คุณสายใจ” (ธัญญา วชิรบรรจง) ผู้เป็นแม่จัดการให้เป็นคู่หมาย โดยแอบตกลงกับ “คุณโสภา” (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) แม่ของวิมาดาเงียบๆ
อัมวิกาได้พบกับ “สกนธ์ ศานติวรรษ” (วรินทร ปัญหกาญจน์) น้องชายของสกรรจ์ที่อัมวิการู้สึกว่า น่าจะง่ายกว่าถ้าจะลวงสกนธ์ให้ตกหลุมพรางที่เธอวางไว้ เพราะสกนธ์พอใจเธอจนออกนอกหน้า เพื่อต้องการให้สกนธ์เป็นสะพานให้เธอเข้าถึงสกรรจ์ได้อย่างเนียนๆ โดยไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่สกนธ์จะได้พบกับเธอ เขาเพิ่งจะสลัดรักจาก “สุภาพรรณ” (แอนเน็ท เธท) ลูกสาวคนเดียวของ “คุณสุรีย์” (ชุดาภา จันทเขตต์) เพราะสุภาพรรณเกิดตั้งท้อง ผู้ชายไม้เลื้อยอย่างสกนธ์ จึงตัดปัญหาง่ายดายด้วยการบอกเลิกและสั่งให้สุภาพรรณไปทำแท้ง
สกรรจ์รู้ถึงความสนิทสนมของน้องชายกับอัมวิกา พยายามขัดขวางทุกอย่างเพราะไม่อยากให้มีผู้หญิงคนไหนต้องเสียใจ เพราะน้องชายอีก แต่อัมวิกากลับเข้าใจผิดว่าเป็นการหึงหวง และพี่น้องก็เริ่มทะเลาะกัน “คุณสันติ” (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ผู้เป็นพ่อ เข้าข้างสกรรจ์สุดตัว ตรงข้ามกับคุณสายใจ ที่เข้าข้างลูกชายคนเล็ก
สกรรจ์ รู้สึกถึงความทุกข์ที่เริ่มรุกเร้าเข้ามาในบ้าน เสียงพ่อแม่ทะเลาะกัน น้องชายที่สำมะเลเทเมา ด่าทอพี่ชายอย่างสิ้นความนับถือ ยิ่งเป็นความสาแก่ใจของอัมวิกา เธอยิ่งยั่วให้สกนธ์หลงรักหัวปักหัวปำ แต่พอสกนธ์พูดเรื่องแต่งงาน อัมวิกาก็แกล้งบ่ายเบี่ยงอ้างว่าสกรรจ์ไม่ชอบหน้าเธอ ถ้าเธอต้องแต่งงานไปก็คงไม่มีความสุข สกนธ์ยิ่งโกรธพี่ชาย สบโอกาสที่สกรรจ์ไปพบกับสุภาพรรณเพื่อขอโทษแทนน้องและจะขอรับเป็นพ่อ ของเด็กในท้องแทน สกนธ์รีบใช้จังหวะนี้ใส่ร้ายพี่ว่าทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ ซ้ำยังบังคับให้สุภาพรรณไปทำแท้ง สุภาพรรณที่เสียใจจนขาดสติในตอนแรก ตัดสินใจจะกำจัดมารหัวขน แต่อัมวิกาที่คอยตามจับตาดูสุภาพรรณเพื่อหาความจริงเรื่องนี้เข้าห้าม และให้สติ ทำให้สุภาพรรณคิดได้ กลับไปบอกแม่และ “อาจอง” (กานต์ อรุณเรืองสวัสดิ์) พี่ชายว่าจะขอหนีความอับอายไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อ และคลอดลูกที่นั่น ก่อนไป สุภาพรรณได้พูดจากับอัมวิกา เน้นว่า เธอไม่มีวันยกโทษให้ผู้ชายตระกูล ‘ศานติวรรษ’ เด็ดขาด คำพูดของสุภาพรรณยิ่งทำให้อัมวิกาชิงชังสกรรจ์มากขึ้นเป็นทวีคูณ ประกาศย้ำกับตัวเองว่าชาตินี้ ถึงจะต้องตายก็จะต้องจัดการให้สกรรจ์รู้สำนึกให้ได้ !!!
สกนธ์ขอเข้ามาทำงานกับพี่ชาย ถึงจะยังไม่เชื่อใจน้องนักแต่สกรรจ์ก็ดีใจที่สุด แม้สกนธ์จะทำงานอย่างคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่สกรรจ์ก็ตั้งหน้าตั้งตาสนับสนุนน้อง เป็นพี่ชายที่แสนดีทุกอย่างและเริ่มคิดว่าอัมวิกาอาจเปลี่ยนสกนธ์ได้ จริงๆ สกรรจ์เอ่ยชวนอัมวิกาเข้ามาทำงานในบริษัท อัมวิกาวางฟอร์มปฏิเสธตอนแรก แต่สุดท้ายก็รับปาก สกรรจ์ไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนของอัมวิกาที่ยุให้สกนธ์เข้ามาทำงาน โดยใช้ความรักของสกนธ์เป็นเหยื่อล่อว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับผู้ชายหลักลอยอย่างสกนธ์ ซ้ำยังเอ่ยชมสกรรจ์ว่าเป็นคนเก่ง เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงน่าจะฝากชีวิตไว้เป็นที่สุด สกรรจ์เริ่มสงสัยอัมวิกาและต้องการค้นหาความจริงแต่กลายเป็นว่าเขา กลับหลงรักหญิงสาวเข้าให้แล้ว ส่วนอัมวิกา เมื่อมาเห็นอำนาจของสกรรจ์ที่กุมทุกอย่างไว้ในมือ เป้าหมายก็เริ่มขยายจากที่แค่คิดจะทำให้ผู้ชายตระกูลศานติวรรษต้อง เจ็บปวดเรื่องความรักอัมวิกายังคิดทำให้พวกศานติวรรษพบจุดจบที่ความสูญ เสียสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องหัวใจและธุรกิจ !
ความแค้นของอัมวิกาเหมือนไฟที่ลามไหม้ และไม่มีใครมาทัดทานได้ ในขณะที่สกรรจ์แอบได้ยินความจริงจากปากรังรองที่พูดระบายความทุกข์ใน ใจกับเอกชัยเรื่องการแก้แค้นของอัมวิกา ดังนั้นจึงขัดขวางการคบกันของสกนธ์กับอัมวิกา สกนธ์ขออัมวิกาแต่งงานแต่เธอบ่ายเบี่ยง ในขณะที่สายใจบังคับให้สกรรจ์แต่งงานกับวิมาดาแต่เธอไม่ยอมและหนี ไปจนพบอาจองโดยบังเอิญและแอบคบกันเงียบๆ สกรรจ์บอกอัมวิกาว่าเขารู้แผนการของเธอแล้วและให้เลิกเสียแต่อัม วิกาไม่ยอม สกรรจ์จึงจับตัวเธอไป สกนธ์ตามไปช่วยอัมวิกาถือโอกาสนี้บอกเขาว่าผู้ชายที่เธอรักคือสกรรจ์ และยังโกหกว่าเป็นของสกรรจ์แล้ว ทำให้สกนธ์คุ้มคลั่ง และเห็นวิญญาณอัปสรตามมาเอาชีวิตจนกลายเป็นคนจิตหลอนและควบคุมตัวเอง ไม่ได้ สุภาพรรณกลับเมืองไทยพร้อมลูกและขอบคุณอัมวิกาที่ทำให้เธอไม่คิดสั้น และเล่าเรื่องของเธอกับสกนธ์ให้ฟังทำให้อัมวิการู้ความจริงว่าเธอ เข้าใจผิดและแก้แค้นคนผิดมาตลอด
สายใจมาขอร้องให้อัมวิกาแต่งงานกับสกนธ์เพราะสงสารลูก อัมวิกามาหาสกนธ์ที่บ้าน และตกใจกับสภาพเขาที่ไม่ต่างอะไรกับซากศพ สกนธ์ร้องโวยวายถึงแต่อัปสรว่าจะตามมาฆ่า ภาพมนุษย์ใจบาปที่หวาดกลัวทุกสิ่ง ร้องไห้ สลับคุ้มคลั่ง…น้ำตาแม่ที่รักลูกหลั่งรินแทบกลายเป็นสายเลือด…พี่ชายที่ หน้าตาหมองคล้ำเพราะห่วงน้อง สงสารแม่ …พ่อที่นิ่งเงียบ หากสีหน้าบ่งชัดว่าหัวใจกำลังร้องไห้…แทนที่จะเป็นความสาแก่ใจของอัม วิกา เธอกลับรู้สึกหดหู่และเศร้าสร้อย และยิ่งช้ำหนักเมื่อสุภาพรรณอุ้มลูกมาดูแลพ่อ อัมวิกาเพิ่งเข้าใจชัดแจ้งตอนนี้เองว่า ‘สวรรค์ในอก นรกในใจ’ นั้นเป็นอย่างไร สกรรจ์ ทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีอีกครั้งด้วยการพยาบาลน้องชายใกล้ชิด สายใจที่ไม่เคยรักลูกชายคนโต เห็นความรักน้องของสกรรจ์ ก็เสียใจ เข้าไปโอบกอดลูกเป็นครั้งแรก และขอโทษ สุภาพรรณเองก็คอยพาลูกมาหา จนสกนธ์อาการดีขึ้น ยอมรับผิด และขอไปกราบขอขมาต่อสุรีย์กับความผิดทั้งหมด สกรรจ์เตือนสกนธ์ว่าอีกครอบครัวที่สกนธ์ควรไปกราบขอโทษคือ ครอบครัวของอัมวิกา สกนธ์กราบเท้าขอโทษบังอร และพูดในสิ่งที่ทุกคนคิดไม่ถึงคือจะขอบวชให้กับวิญญาณอัปสร เมื่อเรื่องทั้งหมดคลี่คลาย สกรรจ์ตามไปพบอัมวิกา เธอถามเขาว่าไม่โกรธหรือเขารักอัมวิกา สกรรจ์บอกเธอว่าเขาเชื่อมั่นในอานุภาพของความรักจะทำให้เกิดความ สุขแท้จริง มิใช่ความแค้น .. และขอให้อัมวิกาลืมเรื่องทั้งหมดเสีย ทำให้อัมวิการ้องไห้ โผเข้ากอดสกรรจ์ ผู้ชายที่เปลี่ยน ‘ไฟแค้น’ ในใจเธอให้กลายเป็น ‘ความรัก’ ได้
อัมวิกากราบขอโทษสกรรจ์และขอร้องว่า ต่อแต่นี้ไป..ขอให้สกรรจ์อยู่เคียงข้างเธอ สอนเธอให้เข้าใจรักแท้ที่ผู้หญิงเก่งอย่างเธอ รู้ตัวแล้วว่ายังอ่อนหัดนัก
รายชื่อนักแสดง
ทฤษฎี สหวงษ์ แสดงเป็น สกรรจ์
ณปภา ตันตระกูล แสดงเป็น อัมวิกา
นิธิ สมุทรโคจร แสดงเป็น เอกชัย
แอนเน็ท เธท แสดงเป็น สุภาพรรณ
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ แสดงเป็น วิมาดา
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แสดงเป็น โสภา
วรินทร ปัญหกาญจน์ แสดงเป็น สกนธ์
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ แสดงเป็น สันติ
ธัญญา วชิรบรรจง แสดงเป็น สายใจ
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น บังอร
วาสิตา วิเศษพันธุ์ แสดงเป็น อัปสร
ปรไพ สิโนทก แสดงเป็น ลำดวน
ชาวดิน รัฐกาญจน์ แสดงเป็น หัสดี
เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ แสดงเป็น รังรอง
ชุดาภา จันทเขตต์ แสดงเป็น สุรีย์
โอเลี้ยง เชิญยิ้ม แสดงเป็น ชอบ
กานต์ อรุณเรืองสวัสดิ์ แสดงเป็น อาจ-อง
ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ แสดงเป็น ก้อย
เรื่องย่อ โบตั๋นกลีบสุดท้าย
September 11, 2008 Tweet
บทประพันธ์ กานติมา
บทโทรทัษน์ เอกลิขิต
กำกับการแสดง คุณชนะ คราประยูร
ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์
ณ งานประกาศรางวัลงานเขียนยอดเยี่ยมที่จัดเป็นประจำทุกปี นวนิยายเรื่อง “โบตั๋นกลีบสุดท้าย” จากผู้เขียนที่ใช้นามปากกา สำเภาทอง ได้รับรางวัลนวนิยายยอดเยี่ยม ในขณะที่นวนิยายเรื่อง “ปีกมัจจุราช” ของ มนชนก ซึ่งในนามปากกาว่า “แก้วพรรณราย” ต้องพลาดรางวัลไปอย่างพลิกล็อค เพราะมนชนกไม่คิดว่าสำเภาทองซึ่งเธอไม่เคยรู้จักว่าเขาเป็นใครจะ เปลี่ยนแนวการเขียนจากแนวเมโลดราม่า มาเป็นแนวสะท้อนปัญญาครอบครัว ไม่เคยมีใครรู้ว่า “สำเภาทอง” มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร รู้แต่เพียงว่าเขาคือชายหนุ่มเชื้อสายจีนที่มีลีลาการเขียนนวนิยายที่ พลิ้วไหว ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โดยมี ดนัยเลขาส่วนตัว ส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ต่างๆ และเป็นผู้ติดต่อและประสานงานทั้งหมด
แท้ที่จริงสำเภาทองคือ ธีรเดช หรือ อาจู ลูกชายคนสุดท้องของอาเซงกับเหมยหลิง สองสามีชาวจีนขายข้าวมันไก่ เป็ดพะโล้จนสามารถส่งเสียลูกชายทั้ง 3 คนก็คือ ธีรชัย หรืออาโจว , ธีรชาติ หรือ อาจิว และธีรเดช หรือ อาจู จนจบปริญญาตรี ในสายตาของอาเชง อาจูมักเป็นลูกชัง ส่วนอาโจวและอาจิวนั้นเป็นลูกรัก อาโจวเข้าทำงานกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์และแต่งงานกับจรัสศรี ลูกข้าราชการใหญ่ อาจิวเข้าทำงานธนาคาร ส่วนอาจูนั้นรักการเขียนจึงตัดสินใจรับงานเขียนประเภทนวนิยายนิตยสาร และเมื่ออาจูรู้ว่าพ่อมักจะใช้เวลาว่างในการอ่านนิตยสาร “ระเบียงบึง” อาจูจึงตัดสินใจที่จะใช้งานเขียนของตน โดยที่พ่อไม่เคยรู้ว่า “สำเภาทอง”คือนามปากกาของตน เป็นสื่อกลางในการให้แง่คิดและเปลี่ยนทัศนคติของผู้เป็นพ่อ
เรื่องราวของครอบครัวชาวจีนที่มีแต่ลูกสาวไม่มีลูกชายเป็นผู้สืบสกุล คืองานเขียนที่อาจูจะใช้เป็นยาทิพย์ชโลมใจผู้เป็นพ่อ อาจูตัดสินใจเลือกครอบครัวคณะงิ้ว “ฉางซิน” เป็นแหล่งข้อมูลในการเขียนนวนิยายเรื่องใหม่ เขาตัดสินใจไปสมัครงานเพื่อล้วงลึกสายสัมพันธ์ ตันหยง บุตรสาวคนเล็กของนายฉางและนางซิน ซึ่งไม่เชื่อว่าอาจูด้อยการศึกษาและตกงาน เธอคิดว่าอาจูเป็นหนอนบ่อนไส้ ทำให้ทั้งสองเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ตลอด อาฉางและอาซินมีลูกสาว 3 คน ที่มีความงดงามและนิสัยใจคอต่างกัน ดาหลา บุตรสาวคนโตอยากเรียนพยาบาลแต่พ่อไม่สนับสนุน เป็นคนสวย อ่อนหวาน เธอมักจะได้แสดงงิ้วในบทนางร้ายเสมอ ดาหลาได้แต่งงานกับพงษ์เลิศ ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวกำธรและมาดามเหลียว มีลูก 2 คนคือหยกกับหงษ์ ปาหนัน บุตรสาวคนกลาง เจ้าอารมณ์เอาแต่ใจตัวเอง เธอเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการแสดงงิ้ว เธอจึงมักจะได้เป็นนางเอกเสมอ เธอให้ความสนใจชายหนุ่มเป็นพิเศษอยู่ 3 คน คือ เดชา เสี่ยหนุ่มใหญ่เจ้าของกิจการร้านทอง อติเทพ ผู้กำกับละครชื่อดังและ แอนดี้ เพล์บอยหนุ่มนักเรียนนอก ส่วนลูกสาวคนสุดท้อง ตันหยง เธอใฝ่ฝันที่จะเปิดอู่รถ มีนิสัยห้าวหาญเยี่ยงชายฉกรรจ์ มักได้แสดงเป็นดาวร้ายฝ่ายชายเสมอ ด้านอาหลง เด็กชายกำพร้าที่อาฉางและอาซินรับเลี้ยงไว้ จึงทำทุกอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ มักได้รับบทเป็นพระเอกอยู่เสมอ เขาหลงรักปาหนัน โดยที่อาซุ่นพ่อบ้านของคณะรู้มาโดยตลอด อาจูได้ฟังเรื่องราวจากอาซุ่น เห็นความน่าสนใจของตระกูลฉางจึงตั้งชื่อนวนิยายว่า “โบตั๋นกลีบสุดท้าย”
ร้านข้าวมันไก่อาเซงต้องปิดชั่วคราวเพราะล้มป่วยด้วยโรคไต โดยไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นอาจูเป็นคนรับผิดชอบ อาเซงคิดว่าอาโจวและอาจิวช่วยกันออกค่ารักษา แต่ทั้งคู่ไม่เคยมาเยี่ยมอาเซงเลย ช่วงที่อาเซงอยู่ที่โรงพยาบาลยามว่างเขาจึงอ่านนิตยสาร “ระเบียงบึง” และครั้งแรกที่เขาอ่านไม่มีนวนิยายเรื่องใดที่เขาจะติดตามอ่านนอกจาก “โบตั๋นกลีบสุดท้าย” มันทำให้ความคิดเริ่มเปลี่ยนไป อาเซงได้ฝากอาจูชมนักเขียนที่ชื่อ “สำเภาทอง” ว่าน่าสนใจและน่าติดตาม เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้พ่อเห็นคุณค่าในตัวเขาแม้จะไม่รู้ว่า แท้จริงก็คือบุตรชายตนเอง
งิ้วเรื่องกระบี่มารได้กลับมาปัดฝุ่นอีก ครั้ง แต่ขาดเงินลงทุน เดชาจึงยื่นข้อเสนอให้ยืมเงินโดยไม่ต้องคืนแต่ต้องแลกกับตัวปาหนัน เมื่อทุกคนในบ้านรับรู้จึงช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหา อาจูประทับใจที่ทุกคนไม่ทิ้งกันโดยเฉพาะลูกสาวทั้งสามและอาซินต่าง ซึ่งจากครอบครัวของเขา ตันหยงได้ระบายความอัดอั้นทั้งหมดกับอาจู คำพูดและคำปลอบของอาจูทำให้ตันหยงสงสัยในตัวเขามากขึ้น เธอแอบเข้าไปค้นห้องอาจู วันรุ่งขึ้นอาจูถูกเรียกพบ อาฉางเห็นบทนวนิยายที่เขาทิ้งลงขยะ อาจูแก้ตัวว่าเป็นนวนิยายที่เขาเขียนชิงรางวัล อาฉางเห็นความตั้งใจจึงให้อาจูลองแต่งงิ้วเรื่องใหม่ชื่อ “ศึกรักบัลลังก็เลือด”
ด้านอาเซงอาการดีขึ้น อาจูพาไปพักรักษาตัวที่บ้านริมน้ำ โดยอาจูจะส่งนิตยสาร “ระเบียงบึง” ให้เขาอ่านทุกฉบับ ส่วนอาฉางเริ่มให้ทุกคนซ้อมงิ้วเรื่องใหม่ ดาหลาใจลอยไม่ตั้งใจซ้อมเลยถูกอาฉางตำหนิ ตันหยงคะยั้นคะยอถามพี่สาวจึงรู้ปัญหาว่าพงษ์เลิศเป็นเกย์ และดาหลาได้ขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ หลักการซ้อมอาจูเห็นตันหยงออกไปข้างนอกจึงแอบตามไป เห็นตันหยงมีเรื่องกับกลุ่มอันธพาลอาจูจึงเขาไปช่วยและได้รับบาด เจ็บ ตันหยงเลยช่วยทำบาดแผลและมองเขาในทางที่ดีขึ้น และได้ปรึกษาปัญหาของดาหลากับอาจู อาจูแนะนำให้ดาหลาเป็นผู้ตัดสินใจเอง
ส่วนปาหนันได้ออกไปเที่ยว กับแอนดี้ โดยลืมไปว่าเธอนัดฉลองวันเกิดกับอาหลงทำให้อาหลงเสียใจ ดื่มเหล้าเมามายจนมีเรื่อง อาจูและตันหยงออกมาช่วยแต่อาหลงแขนหักไม่สามารถแสดงงิ้วได้ อาฉางรับสมัครพระเอกงิ้วคนใหม่แต่ไม่มีใครที่มีฝีมือเท่าอาหลง จนทำให้อาฉางเลือกอาจูมาเป็นพระเอกแทน ด้านดาหลาตัดสินใจหย่าขาดกับพงษ์เลิศขอเป็นฝ่ายเลี้ยงลูกทั้งสองเอง ทำให้อาฉางล้มป่วย อาซุ่นช่วยดูแลการซ้อมแทนอาฉาง ส่วนตันหยงยังคอยแกล้งอาจูเสมอแต่ภายในใจกลับมีความรู้สึกที่ประหลาด ขึ้น เธอสุขใจและอบอุ่นที่ใกล้ชิดเขา อาจูก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากเธอ แต่ด้วยทิฐิเธอจึงปิดกั้นความรู้สึกเอาไว้ แต่ไม่รอดพ้นจากสายตาของปาหนัน วันหนึ่งปาหนันช่วยอาจูไปเที่ยวทำให้เดชาไม่พอใจจึงให้ลูกน้องมา ทำร้ายอาจูจนได้รับบาดเจ็บ ตันหยงรู้จึงไปเยี่ยมและหลงกลปาหนันจนเผลอบอกรักอาจู เรื่องราวความเข้มข้นยังไม่ยุติเพียงเท่านี้ ความสัมพันธ์ของทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชม “โบตั๋นกลีบสุดท้าย”
รายชื่อนักแสดง
อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท อาจู / ธีรเดช
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ รับบท ตันหยง
เกียรติกมล(ตุ้ย AF) ล่าทา รับบท อาหลง
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท ปาหนัน
เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบท ดาหลา
นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท อาเซง
เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาฉาง
ทาริกา ธิดาทิตย์ รับบท อาซิน
ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รับบท ดนัย
วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท พงษ์เลิศ
เรื่องย่อ สะใภ้ลูกทุ่ง
September 10, 2008 Tweet
บทประพันธ์ : กรุง ญ. ฉัตร
บทโทรทัศน์ : ปณิธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ -อภิวัฒน์ เล่าสกุล
กำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคล
ดำเนินการผลิต : บริษัท ละครไท จำกัด
ออกอากาศ : ทุกวันพุธ — พฤหัสบดี เวลา 20.30 — 22.30 น.
ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่ม 18 กันยายน 2551
อาติยะ (อาตี้) สถาปนิกหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายคนเล็กของท่านอธิบดีอธิปได้รับปากกับจิตอนงค์ ผู้เป็นแม่ว่าจะยอมเดินทางไปอุบลราชธานีเพื่อดูตัวหญิงสาวที่ตอนแรก แม่หมายมั่นอยากให้แต่งงานกับอาสนะ (อ้าด) ผู้เป็นพี่ชาย แต่อาสนะไม่ยอมที่จะแต่งงานเพราะแท้จริงแล้วอาสนะเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครทราบนอกจากอาตี้ สาเหตุที่จิตอนงค์ยกลูกชายให้แต่งกับสาวบ้านนอกที่ชื่อ ช่อประยงค์ (เค็ม) เพราะว่าคุณนายบัวศรี (ย่าใหญ่) เศรษฐีแห่งเมืองอุบลฯ ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของอธิปและย่าของอ้าดและอาตี้ จะยกสมบัติให้หลานเขย จิตอนงค์จึงไม่ยอมพลาดโอกาส เพราะได้ชื่อว่าเป็นคนขี้เหนียว ขี้งก และจอมประหยัด อ้าดได้เขียนจดหมายไปต่อว่าเค็มแต่กลับลงชื่อว่าเป็นอาติยะผู้น้อง ทำให้คุณนายบัวศรีและเค็มเป็นลมและช็อคไปชั่วขณะ จิตอนงค์บังคับให้อาตี้ไปอุบลฯกับตน แต่อาตี้ ไม่ยอมไปคนเดียวจะต้องเอาอ้าดไปด้วย เมื่อถึงเวลาไปอาตี้ป่วยเป็นไข้ทำให้เดินทางไปกับจิตอนงค์และอ้า ดไม่ได้จึงขอตามไปทีหลัง ที่อุบลฯ อ้าดและเค็มแทบจะไม่มองหน้ากันแต่เค็มนั้นได้แอบชอบอ้าดอยู่
สมวิญญา (มุ่ย) นักศึกษาแพทย์ที่เจริญรอยตามพ่อจิระที่เป็นแพทย์ผู้ยึดมั่นในอุดมคติ อยู่ชนบท มุ่ยเป็นน้องสาวเค็มที่ต่างกันลิบลับ มุ่ยมาที่บ้านคุณนายบัวศรีจนมีปากเสียงกับอ้าด คุณนายบัวศรีได้ไล่ตะเพิดมุ่ยออกไปให้พ้นหน้า หลังออกมาจากบ้านคุณนาย บัวศรี มุ่ยได้ขี่มอเตอร์ไซต์เฉี่ยวอาตี้จนตกลงไปนอนอยู่ในแอ่งควาย มุ่ยได้พาอาตี้ไปทำแผลที่บ้าน อาตี้จึงได้นอนค้างที่บ้านมุ่ย วันหนึ่งอาตี้เดินทางไปหาหมอจิระพบว่ามุ่ยกำลังจะออกไปเที่ยวแก่ง ทั้งสองจึงไปเที่ยวด้วยกัน มุ่ยเดินลื่นตกน้ำ อาตี้ได้ลงไปช่วย ทั้งสองจึงไปขอเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชาวบ้านแถวนั้น และต้องนอนค้างที่นั้น อาตี้ก็เริ่มสนใจในตัวมุ่ยซึ่งไม่เหมือนกับสาวๆ ของเขาที่กรุงเทพฯ อย่าง สุชาวดีและภิรมยา
หมอสหโชค คู่ขาของอ้าดแฟนมุ่ยได้ขอยืมเงินจากอ้าดหนึ่งแสนบาท จึงมายืมเงินจากคุณนายบัวศรีแต่มีข้อแม้ว่าอ้าด ยอมแต่งงานกับเค็ม ซึ่งอ้าดก็ยอม ด้านสหโชคได้มาขอคืนดีกับมุ่ยหลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ มุ่ยก็ยอมกลับมาคบเขาต่อแต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะรู้ว่าสหโชค นั้นอยู่กับอ้าด งานแต่งงานของอ้าดกับเค็มถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ในวันส่งตัวเข้าหอเค็มต้องอยู่คนเดียวเพราะอ้าดนั้นขอตัวไปหาเพื่อน อ้าดกับเค็มแทบจะไม่มองหน้าเลยเลย เค็มเสียใจมาก แต่ก็ได้อาตี้ที่ให้กำลังเค็มและก็เป็นคนเดียว ในบ้านที่เค็มสามารถพูดคุยด้วยได้
อาตี้สนใจในตัวมุ่ยจึงคอยไปหาที่โรงพยาบาลแต่มุ่ยชอบแกล้งกลับไป อยู่เรื่อย จนวันหนึ่งทั้งสองได้พบกันอาตี้มาบอกว่า พ่อของมุ่ยไม่สบายแต่ไม่อยากให้ใครเป็นห่วง หลังจากที่ไปอยู่บ้านในฐานะสะใภ้ได้ไม่นาน อ้าดก็เริ่มวางแผนให้สหโชคเข้ามาพัวพันกับเค็มเพื่อจะกล่าวหาว่า เค็มมีชู้แต่สหโชคไม่เต็มใจแต่ต้องยอมเพราะกลัวอ้าดจะเอาคนเลว ๆ มาเล่นงานเค็มหนักกว่าเดิม อ้าดเอารูปของสหโชคที่เขียนข้อความชู้สาวมาไว้ใต้หมอนเค็มแล้ว เอะอะโวยวายว่าเค็มมีชู้ ในที่สุดเค็มก็หย่ากับอ้าดแล้วกลับไปอยู่บ้าน สหโชค ขอเลิกกับอ้าดแล้วเอาเงินมาคืนเพราะว่าละอายใจที่ทำให้เค็มต้อง เสียใจ อาตี้ได้รับโทรศัพท์จากเค็มว่าหมอจิระได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ อาตี้ไปช่วนงานศพที่อุบลฯ และนำเงินที่อธิปผู้เป็นพ่อฝากมาให้มุ่ย แต่มุ่ยไม่รับจึงนำไปให้เค็มเก็บไว้แทน เค็มอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นมุ่ยกล่าวโทษอ้าดกับพวกที่บ้านอาตี้ว่าเป็น ตัวการทำให้พ่อต้องเสียชีวิต จิตอนงค์ได้หาทางกำจัดมุ่ยออกจากชีวิตของอาตี้ โดยอาศัย สองสาวภิรมยาและสุชาวดี มุ่ยได้รับจดหมายทวงเงินจากจิตอนงค์ มุ่ยเลยนำเงินไปคืนด้วยตัวเองที่บ้าน
วันหนึ่งอาตี้ได้บอกรักมุ่ย แต่มุ่ยไม่ตอบรับรักเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเครือญาติของคุณนายบัว ศรี อาตี้เลยบอกให้มุ่ยเอาชนะพวกนั้นโดยการแต่งงานกับเขา มุ่ยของเวลาคิดเรื่องนี้ ในที่สุดมุ่ยก็ตกลง โดยจะขอไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภออย่างเดียว มุ่ยมีข้อแม้ว่าห้ามอาตี้ล่วงเกินตนจนกว่าอนงค์จะยอมรับตนเองเป็นลูกสะ ใภ้ อาตี้ได้พามุ่ยมาฮันนีมูนที่บ้านพักชายทะเล ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้ทั้งคู่มีความสุขมาก เมื่อเดินทางกลับมาบ้านอาตี้ก็เห็นสุชาวดีนั่งรออยู่ สุชาวดีได้บอกอาตี้ว่ามีนัดคุยกับแม่เธอเรื่องเขียนแบบ คืนนั้น สหโชคได้โทรบอกมุ่ยว่าเห็นอาตี้อยู่กับสุชาวดีที่คลับ อาตี้เอาแต่ทำงานจนมุ่ยต้องกลับบ้านคนเดียว พอดีสหโชคผ่านมาเลยไปส่งมุ่ย ที่บ้าน อาตี้ได้รับโทรศัพท์จากจิตอนงค์ว่าสหโชคมาส่งมุ่ยทุกวันจึงโกรธ สุชาวดีเข้ามาหาอาตี้เขาเลยเคลิ้มไปกับเธอ มุ่ยเข้ามาเห็น ทั้งคู่กำลังนัวเนียกันอยู่จึงวิ่งออกไป ทั้งสองมีปากเสียงกัน อาตี้โกรธมากเลยใช้กำลังขืนใจมุ่ย จิตอนงค์คิดแผนที่จะกำจัดมุ่ยจึงโทรไปบอกอาตี้ว่าสหโชคมาเยี่ยมมุ่ย ถึงในห้องนอน ทั้งคู่เลยทะเลาะกันหนัก ด้านจิตอนงค์ก็ใส่ไฟว่าอาตี้ยังรักสุชาวดีอยู่ เมื่ออาตี้กลับมาเขาได้เห็นจดหมายและใบหย่าที่มุ่ยได้เซ็นทิ้งไว้ ให้เขา
มุ่ยเดินทางกลับอุบลฯ มาเป็นหมอดูแลคนที่ชนบท ความผูกพันของสหโชคกับเค็มเริ่มพัฒนาขึ้นเลย ๆ จนในที่สุดสหโชคกับเค็มก็ตกลงที่จะแต่งงานกัน คุณนายบัวศรีกับมุ่ยก็กลายเป็นป้าหลานที่รักกัน วันหนึ่งอาตี้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ มุ่ยทราบข่าวก็ทำเป็น ไม่สนใจ คุณนายบัวศรีได้เขียนจดหมายมาถึงอธิปเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง อาตี้เดินทางไปง้อมุ่ยที่อุบลฯ ในวันแต่งงานของสหโชค กับเค็ม อ้าดถือปืนไปยิงสหโชคแต่พลาดไปโดนอาตี้ทำให้อ้าดช็อตกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น อ้าดได้แอบเข้ามาเพื่อดูว่าอาตี้ปลอดภัยดี จึงฝากมุ่ยให้ดูแลอาตี้ด้วย แล้วฝากจดหมายขอโทษถึงพ่อกับแม่ หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ทั้งหมดผ่านไปอาตี้ ก็ลาออกจากงานที่กรุงเทพฯมาอยู่ที่อุบลฯกับมุ่ยและได้ออกแบบสถานี อนามัยแห่งใหม่แทนที่เดิม สถานีอนามัยแห่งนี้จึงมีคุณหมอที่ชื่อว่าคุณหมอสหโชคและคุณหมอมุ่ยและ มีผู้ช่วยมือใหม่ที่ชื่อคุณหมออาตี้
ติดตามชมความสนุกของละคร “ สะใภ้ลูกทุ่ง ” ทุกวันพุธ — พฤหัสบดี เวลา 20.30 — 22.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่ม ความสนุกตอนแรก 18 กันยายนนี้
นำแสดงโดย
กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบท อาติยะ (อาตี้)
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รับบท สมวิญญา (มุ่ย)
นิธิ สมุทรโคจร รับบท อาสนะ (อ้าด)
วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รับบท สหโชค
สุนิสา เจทท์ รับบท ช่อประยงค์ (เค็ม)
พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท คุณนายบัวศรี (ย่าใหญ่)
มนตรี เจนอักษร รับบท อธิบดีอธิป
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท จิตอนงค์
ปณิตา พัฒนาหิรัญ รับบท สุชาวดี
พรรณชนิดา ศรีสำราญ รับบท ภิรมยา
เรื่องย่อ สู่แสงตะวัน
September 9, 2008 Tweet
บทประพันธ์ นันทวรรณ รุ่งวงศ์พาณิชย์
บทโทรทัศน์ ชนิภา สิปปภาส, สถาพร ศรีสุชาติ, ธนา เสตะกสิกร
กำกับการแสดง มาวิน แดงน้อย
นำแสดงโดย ธนพล นิ่มทัยสุข (กานต์ / จันทรกานต์), เขมนิจ จามิกรณ์ (ลินิน), ชนะพล สัตยา (ม.ล.ชลกร / ลูกเมฆ), อคัมย์ศิริ สุวรรณสุข (รวิ), ชฎาพร รัตนากร (นภา), ณัฐธยาณ์ สุวรรณโรจน์ (รตี), ดิลก ทองวัฒนา (เสมอ), จารุวรรณ ปัญโญภาส (คุณหญิงสร้อย), วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ (รงค์), วิทย์ มาโบโร่ (ก้าน), ปัทมา ปานทอง (ศรี), ชวัลอัฑฒ์ สัมพันธภาพ (เทพ), ตระการ พันธ์ธุมเลิศรุจี (ดารารับเชิญ) (นายสุข), นพพล พิทักษ์โล่พานิช (ดารารับเชิญ) (นนท์), ทนงศักดิ์ ศุภการ (ศักดินา), ตฤณ เศรษฐโชค (ดารารับเชิญ) (ม.ร.ว.สูงศักดิ์ ), รวิช ไรวินท์ (จุ๋ม)
เรื่องย่อ
นภา สาวสวยวัยกลางคน ยืนมองรูปบรรพบุรุษ นักการเมือง 6 คนที่ติดอยู่กลางบ้าน ครอบครัวสุริยัน มีนักการเมืองระดับรัฐมนตรีมาแล้วหกชั่วอายุคน เธอเป็นรุ่นที่เจ็ด และเป็นนักการเมืองผู้หญิงคนเดียว เธอจำได้ดี วันที่เธอเกิด แม่ของเธอ คุณหญิงสร้อย ร้องไห้แทบขาดใจ คุณหญิงสร้อย ตะโกนด่าเธอว่าเป็นตัวกาละกินี ในเมื่อเธอเป็นผู้หญิง นภาจะสืบต่อความเป็นนักการเมืองของวงศ์ตระกูลได้อย่างไร คุณหญิงสร้อยพยายามเลี้ยงนภาให้กลายเป็นผู้หญิงเย็นชา เรียนเก่งทำงานหนัก และอยู่บนเส้นทางชีวิตของนักการเมือง นภาเก่งและแข็งแกร่งสมใจผู้เป็นแม่ หล่อนเอาชนะ ศักดินา พี่ชายที่เกิดจากเมียคนใช้ของพ่อ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองตัวเก็งตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ
ในช่วงวัยสาว นภาแต่งงานกับ ม.ร.ว.สูงศักดิ์ จากตระกูลที่พร้อมจะมาส่งเสริมตำแหน่งทางการเมือง ม.ร.ว.สูงศักดิ์ เป็นคนอายุสั้น เพียงสามปีคุณชายสูงศักดิ์ก็เสียชีวิต คนทั่วไปรับทราบว่า เขาและหล่อน มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ชื่อ ม.ล. ชลกร
ชลกร หรือ ”ลูกเมฆ” ของนภา หน้าตาดี จิตใจดี มีอารมณ์ขัน เขาใช้ชีวิตเป็นเพลย์บอย กะล่อนและเจ้าชู้ ไม่สนใจอาชีพนักการเมืองที่ รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ของชลกร คือแสงสว่างในโลกมืดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันของนภา ชีวิตของหญิงเหล็กอย่างนภา มีด้านมืดที่เป็นความลับมากมาย เมื่ออายุได้ 20ปี นภาตั้งท้องกับคู่รักเก่า ซึ่งมีฐานะไม่เท่าเทียมกันชื่อ นายสุข สร้างความอับอายให้คุณหญิงสร้อย นภาหนีไปคลอดลูกต่างจังหวัด ขณะที่คลอด นภาสลบไป คุณหญิงสร้อยติดตามเอาตัวนภากลับคืนมา และให้ลูกน้องซ้อมนายสุขจนไปตายที่โรงพยาบาล แล้วทอดทิ้งลูกของนภาไม่ใยดี
นภาตื่นขึ้นมาในบ้านหลังใหญ่ของตนเอง ร้องไห้คร่ำครวญถึงนายสุขและลูกที่หายไป นภาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหล่อนมีลูกเป็นชายหรือหญิง คุณหญิงสร้อยไม่หยุดเพียงแค่นั้น หล่อนจับนภาแต่งงานกับม.ร.ว. สูงศักดิ์ทันทีในเดือนต่อมา เพราะเขาก็มีปัญหาคล้ายนภา เขารักกับผู้หญิงต้อยต่ำจนมีลูกชายหนึ่งคน คุณชายสูงศักดิ์บอกความจริงกับนภาว่าตนมีลูกติดและแม่เด็กก็ทนความ แตกต่างไม่ไหว ทิ้งเด็กไปแล้ว นภาให้คุณชายสูงศักดิ์ รับเด็กทารกคนนั้นมา และเลี้ยงเป็นลูก โดยตั้งชื่อว่าชลกร พร้อมกับสร้างเรื่องราวว่าชลกรคือลูกของนภาที่ไปคลอดในต่างประเทศ แต่หล่อนไม่เคยลืมว่าตนเคยมีลูกที่หายไป นภาทุ่มเงินมหาศาล บริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทั่วประเทศ เพียงเพราะคิดว่า เด็กพวกนั้นคนใดคนหนึ่งอาจเป็นลูกของเธอ ชีวิตวัย 45 ปีของนภา ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่แค่เอื้อม ศักดินาอยู่พรรคตรงกันข้าม ยังคงเป็นศัตรูคนสำคัญที่นภาต้องต่อสู้
วันหนึ่งคฤหาสน์สุริยัน ได้รับคนใช้เข้ามาสองคน เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ทั้งสองเข้ามาทำงานในบ้านสุริยันพร้อมกัน แต่ด้วยสาเหตุคนละอย่าง คนใช้หญิงชื่อ รวิ เข้ามาทำงานเพราะนภา แต่คนใช้ชายชื่อ กานต์ เข้ามาทำงานเพราะชลกร เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ใสซื่อจนเกือบเซ่อซ่า หล่อนมาจากครอบครัวยากจน มีพ่อขี้เมาชื่อก้าน และแม่ติดการพนันชื่อ ศรี รวิมีน้องสาวคนเดียว ชื่อ รตี ที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย นภาจึงรับรวิไว้เป็นคนใช้ในบ้าน ในวันเดียวกันนั้นเอง ชลกร ก็ไปมีเรื่องชกต่อยกับจิ๊กโก๋ในผับ จิ๊กโก๋จะใช้มีดแทงชลกรแต่มีชายหนุ่มหน้าบาก ผมยาวคนหนึ่งเข้ามารับมีดแทน เขาชื่อกานต์ ชลกรซึ้งในบุญคุณของกานต์ ที่มาช่วยชีวิตของตน ตัดสินใจรับนายกานต์เข้ามาเป็นคนขับรถของตน
นภารู้สึกแปลกๆกับนายกานต์เป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพราะหน้าตาที่มีรอยแผลเป็นทางยาวอย่างเดียว แต่ดวงตาของนายกานต์ที่มองนภานั้น บางครั้งก็เต็มไปด้วยแววตาเกลียดชัง บางครั้งก็เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ ที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจ นภาไม่ไว้ใจกานต์เลย หนึ่งเดือนมาแล้ว มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับนภา โดยปรกติ ชีวิตหล่อนถูกปองร้ายโดยศักดินาอยู่แล้ว แต่หนึ่งเดือนมานี้ หล่อนถูกรบกวนด้วยภาพแปลกๆ ที่ส่งมาทางมือถือ และทางไปรษณีย์ ภาพเด็กเร่ร่อนถูกตบตี คุ้ยเขี่ยอาหารในถังขยะ ศักดินาไม่มีทางรู้ว่าภาพเหล่านี้มีความหมายกับหล่อนมากแค่ไหน เพราะมันคือฝันร้ายของชีวิต นภาเกิดความสงสัยมาตลอดว่าใครเป็นผู้ส่งมา นภาจึงไม่สบายใจ ถ้าจะมีผู้ชายท่าทางแปลกๆเข้ามายุ่งเกี่ยวกับลูกเมฆของหล่อน กานต์คือคนที่ส่งภาพเหล่านั้นมาให้ ! นายกานต์คือลูกน้อยที่หล่อนทำหายไปในอดีต ลูกชายคนเดียว ลูกที่แท้จริงของนภา !
เมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว สร้อยเอากานต์มาทิ้งไว้หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า กานต์โชคร้าย ผู้ที่มารับไปเลี้ยงดู เป็นสามีภรรยานักค้ายาบ้า กานต์ถูกตบตีและถูกใช้ให้ส่งยาบ้าอยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่ง เมื่อโตขึ้น เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้าน พ่อแม่บุญธรรมรู้เข้า เลยมาจับตัวเด็กกานต์เอาไว้ พ่อแม่บุญธรรมให้คนซ้อมกานต์ เด็กใจเด็ดอย่างกานต์ ไม่ยอมแพ้ เขาเอามีดแทงพ่อเลี้ยงของตนแล้วหนีออกมา
กานต์แจ้งตำรวจจับสองพ่อแม่ใจร้ายทลายแก๊งค์เลี้ยงเด็กเป็นผลสำ เร็จ แต่ตัวเขาก็สะบักสะบอม มีแผลตามร่างกาย ด้วยความเป็นเด็ก กานต์กลัวความผิดที่แทงพ่อเลี้ยง เขาจึงหนีจากตำรวจ ไปแอบซ่อนใต้แผงในตลาด ปิดตัวเองอยู่ในความมืด ไม่ออกมาพบคนและไม่ออกมาหาอะไรกิน
เสียงร้องไห้ของเด็กชายที่ โลกลืม ไร้คนสนใจ เขาป่วยอยู่สามวันสามคืน ร้องไห้หาแม่ จนกระทั่งหมดแรง เขารู้สึกว่าลมหายใจสุดท้ายใกล้เข้ามาทุกที ด้วยสายตาที่พร่าเลือน เขาเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เอารูปของหญิงสวยสง่ามาจ่อที่ตรงหน้า รูปแผ่นนั้นคือโปสเตอร์หาเสียงของนภา เสียงของชายคนนั้นดังก้องหู ในมโนสำนึกสุดท้าย “หนู อย่าเพิ่งตาย นี่รูปของแม่หนู หนูมีแม่ มีบ้าน มีเงินเยอะแยะ” เด็กกานต์มองภาพผู้หญิงตรงหน้า ภาพของนภาในโปสเตอร์หาเสียงแผ่นนั้น ช่างงดงามราวกับนางฟ้า เมื่อหัวใจของเด็กชายที่ถูกทรมานมายาวนาน มีความหวัง เขาก็ฟื้นจากไข้ในเวลาไม่กี่วัน กานต์ ได้พบกับเจ้าของโปสเตอร์รูปนภาที่ช่วยชีวิตเขา ชายคนนั้นเป็นคนกวาดถนนขี้เมาชื่อ ตารงค์ เพราะรงค์เคยทำงานให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในวันที่สร้อยเอาตัวทารก กานต์มาทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็ก รงค์จำได้ว่าเด็กชายคนนั้นมีปานรูปเดือนเสี้ยวที่หัวไหล่ด้านหลังข้าง ขวา เมื่อวานรงค์ดูทีวี มีการเผยแพร่ภาพวงจรปิด การทลายแก๊งค์ของผู้ร้ายใช้เด็กส่งยาบ้า ทีวีวงจรปิดได้บันทึกภาพของเด็กกานต์ขณะต่อสู้กับพ่อแม่บุญธรรม รงค์เห็นปานของกานต์ ขณะต่อสู้กับผู้ร้าย เขาจึงออกตามกานต์ เพื่อบอกความจริงกับกานต์ว่า กานต์อาจเป็นลูกของนภาที่หายไป
กานต์ได้ฟังแค่นั้น เขาหยิบโปสเตอร์แล้วออกวิ่งไปหานภาทันที นภากำลังมาหาเสียงแถวนี้ กานต์ตะโกนเรียกแม่ๆ แต่นภาที่อยู่บนรถไม่ได้ยิน กานต์วิ่งตามรถไป หกล้มหกลุก แต่เมื่อไปถึง เขาเห็นรถจอด แม่อยู่แค่เอื้อม กานต์เดินไปรอแม่ให้แม่ลงจากรถ แต่แม่กลับลงมาพร้อมเด็กชายในวัยเดียวกับตน แม่มีลูกชายคนใหม่แล้ว กานต์ร้องไห้ และเป็นลมล้มไป มือยังคงกำโปสเตอร์แน่น หญิงสาวสวยคนนั้นเป็นคนชุบชีวิตกานต์และเป็นคนผลักให้กานต์กลับมาป่วย ใกล้ตายอีกครั้ง ! โดยมีตารงค์ขี้เมา คอยดูแล กานต์ครุ่นคิด เขาต้องหาย เขาต้องมีชีวิตใหม่ เขาต้องยิ่งใหญ่เพื่อกลับไปยืนต่อหน้าแม่ของเขา แม่ของเขาจะต้องเสียใจที่ทอดทิ้งเขาไป ! กานต์โตขึ้นมาแบบเด็กเร่ร่อนในตลาด เขาไปอยู่บ้านนั้นบ้านนี้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ที่นอนคือ ใต้แผงขายหมู ที่กินคือโต๊ะอาหารในร้านอาหารที่คนกินเหลือ ที่เรียนคือโรงเรียนวัด ห้องสมุดคือหนังสือพิมพ์ที่ห่อผักในตลาด
กานต์เรียนรู้ทุกอย่างจากสภาพยากจนข้นแค้นรอบตัว หัวใจที่มีความแค้นเป็นแรงผลักดัน บอกเขาว่า เขาต้องเก่ง ต้องฉลาดและต้องรวยกว่าเด็กชายลูกแม่คนนั้น ! น่าแปลกที่กานต์เรียนรู้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ชะตาชีวิตประทานมันสมองอันปราดเปรื่องมาให้กานต์ ด้วยความอุปถัมภ์ของหลวงตาที่วัด เงินจากผู้ใจบุญในมูลนิธิ และด้วยความสามารถของเขาเอง กานต์สามารถส่งตัวเองจนเรียนจบดอกเตอร์ตั้งแต่อายุไม่ถึง 25ปี กานต์ศึกษาตลาดหุ้นจากกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อผัก จนสามารถเล่นหุ้นมีเงินเป็นกอบเป็นกำ ส่งตัวเองไปทำงานที่เมืองนอก และกลับมาอย่างงามสง่า ในฐานะดอกเตอร์ด้านรัฐศาสตร์ ภายใต้ชื่อใหม่ว่า จันทรกานต์ เขาเริ่มแผนการล้างแค้นของเขา… เขากลายเป็นมนุษย์หลายภาค หลายตัวตน ในวงสังคมชั้นสูง เขาใช้ชื่อจันทรกานต์ สมัครเข้าไปเป็นนักการเมืองเลือดใหม่ ในกลุ่มของศักดินา !
ศักดินา ชื่นชอบมันสมองเฉียบขาดของจันทรกานต์ เขาหารู้ไม่ว่าจันทรกานต์ไม่ได้จริงใจกับศักดินา เขาเข้ามาช่วยศักดินาเพื่อยืมมือศักดินาแก้แค้นนภา แต่ในอีกด้านหนึ่ง กานต์ตกแต่งใบหน้าของตนเอง ให้มีแผลเป็นทางยาว ใช้ชื่อว่ากานต์มาเป็นคนขับรถใต้จมูกของนภา กานต์ทำตัวสนิทสนมกับชลกร ชลกรชอบคนขับรถคนนี้มาก เอาตัวไว้ข้างกายตลอดเวลา แถมยังเรียกกานต์ว่าพี่อีกด้วย กานต์กำลังคิดจะทำลายเขาเพราะอิจฉาริษยา กานต์เข้าใจผิดเหมือนคนอื่นว่าชลกรคือลูกแท้ๆ ของนภา กานต์เข้าใจไปว่า นภาทิ้งตนเพราะเป็นลูกคนขับรถ แต่ชุบเลี้ยงชลกร เพราะเป็นลูกหม่อมราชวงศ์ ! ตรงข้ามกับคนขับรถผู้ลึกลับ…. รวิ คนใช้หญิงคนใหม่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสดใสที่แท้จริง รวิเข้ามาทำงานในตำแหน่งคนใช้ ด้วยความหลงใหลในตัวของนภา รวิรักนภามาก เจ้าหล่อนคอยตามมอง ตามเอาใจใส่ ตามจดจำ ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับนภาอย่างไร้เหตุผล
นภาสั่งให้รวิไปดูแลแม่ของตน คุณหญิงสร้อย ที่บัดนี้ กลายเป็นคนแก่สติเลอะเลือน อารมณ์แปรปรวนและดุร้าย สร้อยอาศัยในตึกมืด … พร่ำบ่นถึงความยิ่งใหญ่ของคนในตระกูลสุริยัน สร้อยดุร้าย เจ้ายศเจ้าอย่าง บ้าเกียรติยศไม่เปลี่ยนแปลง ทุกคนในบ้านรับรู้ว่า คุณหญิงสร้อยเป็นบ้าไป เพราะชอบบ่นเพ้อถึงผีเด็กชายและเด็กหญิงที่มาหลอกลวงตน คุณหญิงสร้อยเรียกเด็กสองคนในภาพหลอนว่าทิวา ราตรี โดยเรียกเด็กหญิงว่าทิวา และเรียกเด็กชายว่าราตรี ไม่มีใครรู้ว่าคุณหญิงสร้อยพูดถึงอะไร แม้แต่ตัวของนภาเอง ก็เข้าใจไปว่า คืออาการประสาทหลอนทั่วไปที่เกิดกับคนแก่
แผนการแก้แค้นของกานต์เริ่มต้นขึ้น กานต์สนิทสนมกับชลกรจนรู้ว่า ชลกรมีโรคประจำตัวเป็นโรคหอบหืด ขาดยาพ่นไม่ได้ กานต์วางแผนเอายาพ่นไปทิ้งขณะที่ชลกรเล่นกีฬา รวิก็มาช่วยชลกรไว้ได้ กานต์วางแผนแกล้งคุณหญิงสร้อยที่ชอบดูถูกคนชั้นต่ำ ให้ตกบันได รวิก็มาช่วยคุณหญิงสร้อยอีก เขามักเดาความคิดรวิได้ และรวิสามารถเดาความคิดของกานต์ได้ เขาวางแผนให้รถของนภาหลุดออกไปจากรถของบอดี้การ์ด นภาถูกผู้ร้ายขู่ให้ออกจากเส้นทางการเมือง รวิที่ติดรถไปด้วย ปกป้องนภาด้วยการเอาตัวเข้ารับกระสุนแทน รวิหมดสติต้องถูกส่งเข้าไอซียู ! ทันทีที่รวิถูกยิงที่หัวไหล่ กานต์เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่หัวไหล่ด้วย รวิถูกพาตัวส่งเข้าโรงพยาบาล ท่ามกลางความห่วงใยของนภาและชลกร
กานต์รีบวิ่งไปที่ตึกมืดของคุณหญิงสร้อย กานต์ถามคุณหญิงสร้อยที่สติครึ่งๆ กลางๆ เด็กทิวาราตรีคือใคร คุณหญิงสร้อยร้องไห้เล่าให้ฟัง เด็กหญิงทิวามีปานแดงรูปพระอาทิตย์ เด็กชายราตรีมีปานแดงรูปพระจันทร์เสี้ยว หัวใจกานต์กระตุก เขาวิ่งกลับมาที่ห้องไอซียู พลิกดูร่างของรวิ ที่ไหล่ซ้ายด้านหลังของรวิมีปานแดงเป็นวงกลม คล้ายรูปพระอาทิตย์ ! แท้จริงแล้วในคืนนั้น …นภาคลอดลูกแฝดชายและหญิง สร้อยจัดการแยกเด็กชายและหญิงออกจากกันไปไว้ในสถานเลี้ยงเด็ก กำพร้าคนละแห่ง ! รวิถูกครอบครัวของ ก้านและศรีรับไปเลี้ยง แต่เมื่อทั้งคู่คลอดลูกของตนเอง รวิก็ตกจากสถานะลูกสาว ไปเป็นเด็กรับใช้ มีหน้าที่ดูแลรตี น้องสาว และทำงานบ้านช่วยเหลือพ่อขี้เมาและแม่ที่ติดการพนัน ชีวิตของรวิเจ็บปวดไม่แพ้กานต์ และในคืนนี้ … รวิกำลังจะตายด้วยมือแฝดผู้น้องของหล่อน…กานต์ร้องไห้ คุกเข่าขอโทษรวิ พร่ำร้องไห้ให้รวิฟื้นขึ้นมา
เด็กทิวาราตรีแห่งตึกมืด ผีเด็กแฝดที่คอยหลอกหลอนคุณหญิงสร้อย คนหนึ่งกำลังจะตายไป กานต์กระซิบบอกรวิ ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของรวิอยู่ที่นี่แล้ว น้องชายที่แท้ของรวิอยู่ที่นี่ …. ในที่สุด รวิตื่นลืมตาขึ้นและกลับมาแข็งแรงตามปรกติ และจำเรื่องที่กานต์บอกไม่ได้ ! กานต์ก็ให้ความเอาใจใส่รวิมากผิดปรกติ แต่ไม่บอกความจริงกับรวิ เขาเข้าไปจัดการให้คนซ้อมพ่อขี้เมา และ หลอกไพ่แม่ติดการพนันของรวิจนหมดตัว รวิโมโหมาก ด่ากานต์ไม่ใยดี กานต์บอกระวิ ต่อไปนี้ไม่ต้องไปสนใจพ่อแม่ใจร้าย น้องสาวเอาแต่ใจตัวเองแล้ว เขาจะดูแลรวิเอง สำหรับรวิแล้ว ความถูกต้อง การกตัญญูรู้คุณ คือสิ่งสำคัญ เขาไม่เข้าใจ รวิแม้จะเป็นฝาแฝดกับตน แต่ทั้งสองก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน รวิจิตใจดีงาม อ่อนโยน มองโลกในแง่ดี มีแต่เสียงหัวเราะ และไม่ถือสาคนที่ทำร้าย ใช้งานตนเอง แต่กานต์ เงียบขรึม ดุดัน และแก้แค้นทุกคนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน กานต์ตัดสินใจไม่บอกความจริงเรื่องเป็นฝาแฝดให้ระวิรู้ เขาทั้งสองแม้จะอ่านความคิดกันออกบ่อยๆ แต่ทั้งคู่ถูกกำหนดให้เป็น พระอาทิตย์สว่างใสและพระจันทร์มืดมน !
กานต์และรวิคงต้องยืนคนละขั้วต่อไป… กานต์ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ต่อไป โดยแอบดูแลรวิอยู่เงียบๆ การดูแลเอาใจใส่ของกานต์ที่มีต่อรวิ ทำให้ชลกรไม่พอใจโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะตั้งแต่รวิเข้ามา ชลกรก็สนิทสนมกับรวิ ชลกรชอบแกล้งรวิมากที่สุด ชลกรรู้สึกเหมือนรวิเป็นตุ๊กตาใสซื่อ แสนซน ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของคฤหาสถ์สุริยัน ทั้งสองเล่นสนุก กับเรื่องไร้สาระได้ทุกเรื่อง รวิ สอนชลกรปีนต้นไม้ ตกปลา เล่นไพ่ จับหมามาวาดหน้า ทุกอย่างที่เขาและรวิทำร่วมกัน คือความสุขที่หม่อมหลวงลูกนักการเมืองอย่างชลกรไม่เคยทำ
ทั้งรวิและชลกรสาบานกันเป็นเพื่อนตาย ทั้งคู่ไม่มีใครคิดว่ามันจะมีอะไรมากกว่านั้น จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง นภาแนะนำผู้หญิงสาวสวยไฮโซคนหนึ่งให้ชลกร ผู้หญิงสวยจัด จมูกรั้น แววตาเชิดหยิ่ง หล่อนชื่อ ลินิน ลินินเป็นลูกมหาเศรษฐีชื่อ เสมอ เสมอให้ความร่วมมือทางด้านเงินทุนแก่พรรคการเมืองของนภา เขาทั้งสองจึงอยากให้ชลกรและลินินแต่งงานกัน ชลกรตกหลุมรักลินินทันที เหมือนผู้ชายทุกคน ลินินสวยและเอาแต่ใจตนเองมาก หล่อนเป็นจอมวีน จอมโวย ตัวแสบขนานแท้ ความฉลาด ความสวยและความรวยทำให้หล่อนดูถูกผู้ชายทุกคน แต่ครั้งนี้ หล่อนกลับตกปากรับคำแต่งงานกับชลกรอย่างง่ายดาย เพราะลินินเพิ่งเสียชายคนรักไป จากอุบัติเหตุรถคว่ำ นนท์ขับรถตามแล้วได้รับอุบัติเหตุ ถูกรถบรรทุกชนตายคาที่ ลินินกลายเป็นคนไร้หัวใจนับจากนั้นมา กานต์ลอบมองการแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นของทั้งสอง ตระกูล แล้วเขาก็ตัดสินใจ ใช้ความเป็นจันทรกานต์ที่หล่อเหลาและฉลาดปราดเปรื่อง ลักพาตัวลินินหนีไปจากงานแต่งงาน เอาไปเก็บไว้ในกระท่อมกลางป่า ทุกคนนึกว่าลินินจอมวีน หนีไปกับแฟนหนุ่ม ชลกรเสียใจมาก เขากินเหล้าจนร่างกายอ่อนแอต้องเข้าโรงพยาบาล หัวใจของนภาเจ็บปวดตามที่กานต์หวังไว้
กานต์อ้างกับทุกคนว่าจะออกไปตามลินินเพื่อให้ชลกรหายป่วย กานต์ไปอาศัยอยู่กับลินินในกระท่อมกลางป่า โดยเอากุญแจมือล็อกตัวลินินไว้กับตน ทั้งสองเริ่มผูกพันกันโดยไม่รู้ตัว ลินินยอมตาย หนีกานต์จนตกลงไปในน้ำตก กานต์เสี่ยงชีวิตเอาตัวหล่อนขึ้นมา เขาลงโทษหล่อนด้วยการจูบ ลินินก็กัดลิ้นกานต์จนกานต์ร้องจ๊าก ไม่สามารถทำอะไรหล่อนได้อีก ทั้งสองคนเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันผ่านกุญแจมือที่คล้องกันไว้ เขาพยายามหาวิธีทำให้ลินินดีขึ้น ลินินเองก็เช่นกัน เมื่ออยู่ด้วยกันนานเข้า ลินินรู้สึกสงสารกานต์ ผูกพันกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แววตาสัตว์ร้ายของกานต์ เริ่มทอดแสงอ่อนลงเพราะความรักที่มีต่อลินิน
อีกด้านหนึ่ง ชลกรที่ป่วยปางตาย เอาแต่อ้อนแม่เรื่องลินินหายไป ทำให้รวิปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง รวิเป็นพยาบาลพิเศษคอยดูแลชลกร รตีน้องสาวรวิเห็นดังนั้น จึงเข้ามาดูแลชลกรด้วย พ่อแม่ของรวิ ตบตีรวิ บังคับให้รวิเป็นแม่สื่อ ชักนำให้รตีได้กับชลกร เขาลืมเรื่องลินินไป หันมาสนใจรวิแทน เขาขอรวิไปอยู่ที่บ้านไม้ของครอบครัวรวิ อ้างว่าต้องการศึกษาชีวิตยากจน พ่อแม่ใจร้ายของรวิ และยังหลอกรตีให้หัวปั่นไปกับอาการบ้าผู้ชายของตนเอง นายเมฆจอมกวนบังคับให้สามพ่อแม่ลูกผู้ทะเยอทยานเอาเอกเอาใจรวิ สามพ่อแม่ลูกก็ทำตามเพื่อแลกกับเงินจนสะบักสะบอม นายเมฆหรือชลกรยังทุ่มเงินก้อนใหญ่ ซื้อรวิมาจากครอบครัวใจร้าย รวิไม่พอใจ แต่พ่อแม่และรตีรีบขับไล่ไสส่งรวิ เพราะอยากได้เงิน วิธีของชลกรได้ผล รวิเป็นอิสระจากครอบครัวใจร้าย ชลกรรู้สึกพอใจที่ได้เป็นนายทาสของรวิแทน เขาบอกระวิ ต่อไปนี้รวิมีชีวิตเป็นของเขา ..ของเขาเท่านั้น รวิซาบซึ้งกับความเมตตาของชลกร รวิขอให้ชลกรกลับเนื้อกลับตัวใหม่ รวิพาชลกรไปดูสภาพยากจนในสังคม รวิบอกชลกรให้ชลกรใช้ชีวิตให้มีคุณค่า ชลกรตัดสินใจเชื่อรวิ พอกันทีกับการอกหักหัวปักหัวปำ เขาจะลงเล่นการเมืองตามที่แม่ขอ นภาดีใจมากที่ชลกรเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งนภาและรวิ ทั้งสองคนช่วยกันติว งานการเมืองให้ชลกร แม้ในยามคับขันที่ต้องขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ชลกรจำสคริปต์สุนทรพจน์ไม่ได้เลย เขาเลยจับไมค์ร้องเพลงลูกทุ่ง…ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ สร้างความชื่นชอบ เรียกคะแนนเสียงท่วมท้น เสน่ห์ของชลกร ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจประชาชน มีแนวโน้มจะชนะเลือกตั้งได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว !
กานต์รู้ข่าวนั้น เขาลืมความรักทั้งปวง กลับมาเป็นเสือร้ายทันที เขาพาลินินกลับมาคืนชลกร แล้วหายตัวไป จันทรกานต์สุดหล่อที่อยู่บนเกาะกับลินินหายตัวไป เหลือแต่นายกานต์คนขับรถหน้าบาก ที่ลินินไม่รู้จัก กลับมาคิดแผนแก้แค้นทำลายลูกเมฆของนภาอีกครั้ง แต่ทุกครั้งรวิก็ขัดขวางไว้ได้ รวิอ่านใจของกานต์ออก รวิพยายามเตือนนภาและชลกรให้ห่างจากกานต์ กานต์ใส่ร้ายว่าพรรคการเมืองของนภาซื้อเสียง รวิก็บอกนภาให้ทำลายหลักฐานทิ้งได้ หวุดหวิด วันหาเสียงใหญ่ กานต์ก็วางแผนไม่ให้นภาขึ้นเวที ด้วยการไปที่ตึกมืด เปิดเสื้อ ให้คุณหญิงสร้อยดูปานรูปพระจันทร์เสี้ยว คุณหญิงสร้อยช็อคหมดสติ กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นภาเสียใจ ไม่สามารถขึ้นเวทีได้ แต่เสมอและรวิก็จัดให้ชลกรขึ้นเวทีแทน เอาตัวรอดหาเสียงแทนแม่ไปได้อีก เขายังเขียนจดหมายถึงแม่ ใช้ชื่อว่า ทิวาราตรี เพื่อรบกวนการทำงานของนภาในโค้งสุดท้าย นภาเริ่มเอะใจ เด็กแฝดทิวาราตรีคือใคร คุณหญิงสร้อยก็ยังนอนไม่รู้เรื่องอยู่ที่โรงพยาบาล ทุกครั้ง รวิยังคงปกป้องให้กำลังใจนภา ให้ยืนหยัดต่อไป นภาจึงผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ กานต์เจ็บใจมาก เขาเริ่มบอกรวิทีละน้อยถึงความเชื่อมโยงในฐานะฝาแฝด แต่รวิไม่สนใจแม้แต่จะฟัง หล่อนรักเพียงความถูกต้อง หล่อนจะปกป้องนภาและชลกรด้วยชีวิต !
ระหว่างนี้ลินินตามหาจันทรกานต์สุดชีวิต เมื่อหล่อนเจอตัวเขา จันทรกานต์ปฏิเสธลินินไม่ใยดี ลินินเจ็บปวด หล่อนตัดสินใจกลับไปคบกับชลกรเพื่อประชดจันทรกานต์ ชลกรแพ้ภัยมารยาหญิงและความงามของลินินอีกครั้ง ทั้งสองกลับมาคบกันใหม่ !! จู่ๆ ลินินก็ช่วยให้แผนการของกานต์ง่ายขึ้น เพราะลินินสามารถกำจัดรวิออกไปจากชีวิตของนภาและชลกรได้ หัวใจของรวิเจ็บปวดหนัก เพราะหล่อนหลงรักชลกร รวิยอมเลิกรา และลาออกจากการทำงานให้นภาและรวิเปิดโอกาสให้กานต์เข้ามาจัด การนภาและชลกรง่ายขึ้น
กานต์ในนามของจันทรกานต์ ทุ่มเทกับการหาเสียงโค้งสุดท้ายอย่างหนัก ขณะนี้คะแนนเสียงของศักดินาเริ่มแซงหน้านภา ด้วยสมองอันชาญฉลาดของจันทรกานต์ เช่นเดียวกับความรักของชลกรและลินินก็ล้มเหลวลงไม่เป็นท่า เพราะลินินพบตัวจันทรกานต์ จันทรกานต์กลับมาคบลินินเพื่อทำให้ชลกรเจ็บปวด ได้เสียกับลินินจนลินินตั้งท้อง ลินินจึงต้องบอกเลิกกับชลกร ชลกรกลับไปเมาหยำเป ไม่สามารถทำงานการเมืองได้อีก ครั้งนี้เขาไม่มีรวิ ไม่มีใครทำให้เขาดีขึ้น
อีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง ศักดินาเตรียมเลี้ยงฉลอง เขาจัดปาร์ตี้ยาอี กานต์สบช่องทำลายศักดินา เขาแจ้งตำรวจจับศักดินา ศักดินาเข้าใจไปว่าเป็นฝีมือของนภา ศักดินาร่วงลงจากบัลลังก์ยอมลาออก แล้วให้จันทรกานต์ขึ้นเป็นผู้บริหารพรรคแทน วันปราศรัยครั้งสุดท้าย วันเผด็จศึกของกานต์ เขาขึ้นเวทีเล่าประวัติเจ็บปวดของเขาและรวิ เขาเปิดเผยฐานะที่แท้จริงต่อหน้า นภา ชลกร รวิ และคนทั้งประเทศ
นภาเป็นลมทันที พรรคการเมืองของนภาปั่นป่วน ประชาชนกล่าวหาว่านภาเป็นแม่ใจร้าย ยอมรับลูกหม่อมราชวงศ์…แต่ทอดทิ้งลูกคนขับรถ นภาร่วงลงจากบัลลังก์ของตน หมดสิ้นอนาคต สมใจของกานต์ โดยหวังว่าว่ารวิจะดีใจเหมือนตน รวิหยิบมีดมาเฉือนที่ปานรูปพระอาทิตย์ของตน หวังจะให้รูปร่างมันเปลี่ยนไป รวิไม่ต้องการเป็นอาทิตย์ที่คู่กับพระจันทร์ดำมืดของกานต์ รวิประกาศตัดความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับกานต์ !
รวิกลับมาดูแลนภาและชลกรที่ในเวลานี้ไม่เหลือใคร ไม่เพียงเท่านั้น ลินินยังนัดพบกานต์ หล่อนเสียใจมากที่เป็นเพียงเครื่องมือแก้แค้น ลินินบอกกานต์ ตนเพิ่งกินยาขับเลือดเข้าไป หล่อนไม่ต้องการให้ทายาทของคนใจร้ายมีชีวิตขึ้นมา เขาเพิ่งรู้ว่าตนเองกำลังจะมีลูก และในเวลาเดียวกันเขากำลังจะเสียลูกไป ลินินไม่เคยบอกเขา เขาใช้ตลอดชีวิตของเขาเพื่อแก้แค้นแม่ แต่แล้วสิ่งที่เขาสูญเสียกลับเป็นคนที่เขารักมากที่สุดสองคน คือ รวิและลินิน และนี่ยังจะรวมถึงสายเลือดที่กำลังเกิดมา กานต์พาตัวเองที่กำลังสับสนมาที่โรงพยาบาล หลังเหตุการณ์แฉกลางเวที เขาได้ข่าวว่านภาป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เมื่อเขาไปถึงร่างของหญิงเหล็กกำลังประชุมงานกับนายเสมอเหมือน ปรกติ นภาบอกว่า กานต์ทำให้หล่อนเจ็บปวดไม่สำเร็จหรอก เพราะวันนี้นภาไม่ได้เจ็บปวด นภากำลังมีความสุข จันทรกานต์ คือความงดงามที่หล่อนภูมิใจ ผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากความลำบากยากแค้น สมกับเป็นลูกของหล่อน ลูกชายและลูกสาวของตระกูลสุริยัน ชีวิตนี้ของหล่อนมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ การพบลูกที่หายไป วันนี้ลูกของหล่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว นภามีแต่ความสุข ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ทั้งสิ้น
กานต์งุนงง นี่นภาไม่เคยรู้เลยหรือว่ามีลูก สร้อยที่หายป่วยแล้วเข้ามายืนยันว่านภาไม่เคยรู้ ก่อนหน้านี้ สร้อยถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยรวิ สร้อยตื่นขึ้นจากอาการเจ้าหญิงนิทราแบบฉับพลัน เพื่อมาแก้ไขความผิดของตนเอง สร้อยเล่าให้ทุกคนฟังว่าหล่อนเอาตัวลูกฝาแฝดของนภามา ก่อนที่นภาจะรู้ตัว หลังจากนั้น สร้อยก็เก็บงำความลับและความผิดในใจจนกลายเป็นบ้าเพ้อถึงผีเด็ก แฝด วันนี้สร้อยขอแก้ไขความผิดนั้นด้วยตนเอง คุณหญิงสร้อยผู้เย่อหยิ่งก้มลงกราบเท้าของกานต์และรวิ นภาบอกทุกคน หล่อนทำงานการเมืองเพื่อตามใจสร้อย เพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูลสุริยันอันยิ่งใหญ่ แท้จริงแล้วหล่อนแค่อยากใช้ชีวิตที่สงบสุขกับชลกรและรวิ รวิร้องไห้กอดแม่ทันที หล่อนบอกกานต์ แม่ไม่เคยพูดถึงสิ่งที่กานต์ทำไว้เลย แม่ไม่เคยโกรธและเกลียดกานต์ หัวใจของคนเป็นแม่ยิ่งใหญ่เกินกว่าความแค้นใดๆ
กานต์ยืนอึ้ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้น สับสนเกินกว่าที่เขาจะรับไหว ความแค้นที่เคยเป็นลมหายใจของเขา จู่ๆ ก็หมดความหมาย กานต์หายตัวไป ! ศักดินาโกรธแค้นนภา เข้าใจไปว่านภาเป็นคนส่งตำรวจมาทลายปาร์ตี้ยาอีคืนนั้น เขาจับตัวรวิมาวางบนทุ่นระเบิด นภามาช่วย ศักดินาขอให้นภาดื่มยาพิษในแก้ว แล้วคนที่ทุ่นระเบิดจะปล่อยตัวรวิ กานต์โผล่มาในนาทีสุดท้าย เขาเข้ามาบอกศักดินาว่าเขาเป็นต้นเหตุทุกอย่างแล้วแย่งยาพิษจากมือ ของนภาไปกินเอง นภาและรวิตกใจมาก คนที่ทุ่นยอมปล่อยตัวรวิ นภาเตือนสติศักดินา เพราะอย่างไร ทั้งสองก็เป็นพี่น้องต่างมารดา จนศักดินาเกิดอาการคลั่ง …ยิงตัวเองตาย กานต์ที่ดื่มยาพิษแล้วเข้าไปกราบขอโทษแทบเท้านภา กานต์บอกนภา ลูกที่มาจากนรกอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ นภามีรวิคนเดียวก็พอแล้ว รวิคืออีกด้านหนึ่งที่หายไปในชีวิตของกานต์ ชีวิตด้านดีงาม …ตะวันที่ส่องแสงนำทางคนทุกคน
นภารีบพากานต์ส่งโรงพยาบาล หล่อนบอกร่างไร้สติของกานต์ หล่อนไม่ต้องการคำขอโทษด้วยชีวิตที่ตายไปแล้ว ความดีและความรักของแม่เสียสละให้ลูกและให้อภัยลูกได้เสมอ สิ่งที่นภาต้องการ คือให้กานต์ฟื้นขึ้นมาใช้ชีวิตใหม่ ขอให้ตนเองได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตกับลูกที่รอคอยมาตลอดชีวิต แม่ชดใช้คืนให้ลูก ลูกได้ชดใช้คืนให้แม่ ! ค่ำคืนมืดหม่น การรักษายาวนาน นภาออกไปมองท้องฟ้า หล่อนอธิษฐานต่อดวงจันทร์ขอให้เมฆที่บดบังคลี่คลาย และแล้ว ใกล้รุ่งสาง… ปาฎิหาริย์ เกิดขึ้น เมฆหมอกจางหายไป พระจันทร์ลอยเด่นขึ้นมาในนาทีสุดท้าย ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่แสงตะวันของวันใหม่ จันทรกานต์รอดชีวิต ! เขากลับมาพร้อมกับความรู้สึกและความคิดสร้างสรรค์ราวกับเป็นคนใหม่ เป็นชายหนุ่มผู้รู้คิด เข้าใจสัจธรรมของโลกมากกว่าเดิม เพื่อทดแทนบุญคุณนภา แม่บังเกิดเกล้าที่เขาทำเรื่องร้ายให้กับเธอมาตลอด แม้สิ่งนี้จะทดแทนไม่ได้กับความเลวร้ายที่เขาเคยกระทำ แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นการเริ่มต้นสร้างความดีงามให้กับชีวิตครอบครัว ใหม่ที่มี “แม่” เป็นเสาหลัก… ไม่เพียงเท่านั้น หลายเดือนต่อมา ในคืนวันเพ็ญอันอบอุ่น เสียงร้องจ้าของเด็กดังขึ้นในโรงพยาบาล… ลินินที่เคยกินยาขับเลือดแล้วไม่สำเร็จ ชีวิตใหม่ยืนกรานที่จะเกิดมา เด็กชาย จันทร์เพ็ญ เดือนที่เต็มดวง กำเนิดเกิดมาในที่สุด ทุกคนยิ้มแย้มต้อนรับชีวิตใหม่ แววตาสัตว์ป่าของจันทรกานต์หายไป นภาและจันทรกานต์ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันตลอดเวลา ทั้งสองแม่ลูก หันมาทำงานเพื่อเด็กกำพร้า…
มูลนิธิสุริยันก้าวหน้าไปด้วยความฉลาดปราดเปรื่องของสองแม่ลูก เด็กหลายหมื่นคนได้รับความช่วยเหลือ ลินินและลูกชายของหล่อน กลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอยู่เบื้องหลังจันทรกานต์ ชลกรและรวิกานต์ สร้างครอบครัวของตนเองอย่างมีความสุข ทุกชีวิตมีด้านมืดและด้านสว่าง ผู้กล้าหาญที่แท้จริง ย่อมเดินผ่านความมืด หาหนทางไปสู่แสงตะวันได้อย่างงดงาม
ออกอากาศ ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี

ความคิดเห็นล่าสุด