สการ์เล็ต โจแฮนสัน ลั่นระฆังวิวากับแฟนหนุ่มแล้วจ้า
September 28, 2008

นักแสดงสาวสวย สการ์เล็ต โจแฮนสัน (Scarlette Johansson) แต่งงานกับคู่หมั้นหนุ่ม นักแสดง ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds) ซึ่งทั้งคู่ได้หมั้นกันไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยมีงานแต่งจัดขึ้นแบบเงียบๆ เมื่อวานนี้ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา
Favber ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่
ลินเซย์ โลฮาน ยอมรับแล้ว ว่าเป็นแฟน ซาแมนต้า รอนสัน
September 28, 2008

เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ดีเจ ซาแมนต้า รอนสัน (Samantha Ronson) ให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุ LoveLine เกี่ยวกับเพื่อนดีเจ DJ AM กับ Travis Barker ที่ประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ดีเจ Styker ของ LoveLine ขอให้ ลินเซย์ โลฮาน (Lindsay Lohan) มาพูดสาย เลยได้มีโอกาสถามถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าคบหากันมานานแค่ไหนแล้ว ซึ่งลินเซย์ ตอบไปว่า she กับ ซาแมนต้า คบกันมานานมากๆ
เรื่องย่อ รักเธอยอดรัก
September 28, 2008
บทประพันธ์โดย : สวลี ส่องแสง
บทโทรทัศน์ วรินทร์ธรา
กำกับการแสดง อดุลย์ บุญบุตร
แพร่ภาพทุกคืนวันศุกร์ — อาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551
“อัมวิกา วัชราวัฒน์” (ณปภา ตันตระกูล) ได้รับข่าวร้ายจากการจากไปของน้องสาวคนเดียว “อัปสร” (วาสิตา วิเศษพันธ์) ทำให้การเหยียบย่างเข้าสู่บ้าน ‘วัชราวัฒน์’ ของเธอเป็นเหมือนการกระโดดลงสู่หุบเหวแห่งความโศกเศร้า ภาพในอดีตความอบอุ่นระหว่างอัมวิกาและอัปสรสาวน้อยผู้ร่าเริง กลายเป็นความเศร้าทำให้อัมวิกาสลัดความมุ่งหมายในชีวิตทั้งมวลที่ เคยคิดว่าจะนำความรู้จากต่างแดนมาทำงานรับใช้แผ่นดิน เหลือเพียงงาน ‘งานชำระแค้น’ เพราะคำบอกเล่าของมารดาที่บอกกับเธอว่า ผู้ชายที่ทำให้อัปสรเสียใจจนต้องฆ่าตัวตาย คือ สกรรจ์ ศานติวรรษ (ทฤษฎี สหวงษ์) ดังนั้นแผนการแก้แค้นของเธอจึงได้เริ่มขึ้น ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนคือการตอบโต้ให้ผู้ชายใจชั่วได้รู้ฤทธิ์ของ การ ‘ตายทั้งเป็น’ !
มิใยว่าวิญญาณของอัปสร จะเฝ้าวนเวียนมาเพื่อสื่อสารกับพี่สาวว่า กำลังแก้แค้นผิดตัว หากแต่พลังของวิญญาณก็ทำได้เพียงร้องไห้ เพราะบาปของการฆ่าตัวตาย ทำให้วิญญาณอัปสรมิอาจส่งเสียง ทำให้อัมวิกายิ่งเร่งไฟแค้นให้หนักขึ้นเพราะคิดว่าน้องสาวไม่ได้ ไปผุดไปเกิดเพราะทนทุกข์ทรมานกับการกระทำของสกรรจ์
แต่แผนการณ์ของเธอก็ต้องสะดุดลง เพราะผู้ชายที่เป็นเหยื่อแค้นของเธอ กลับกลายเป็นคนรักของ “รังรอง” (เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์) เพื่อนรักเพียงหนึ่งเดียวของเธอเอง แผนการณ์จะเข้าใกล้สกรรจ์กลายเป็นโจทย์ยาก อัมวิกาแยกสกรรจ์ออกจากรังรองจนทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าจะมาแย่งคน รัก แต่อัมวิกาก็เปลี่ยนแผนโดยแนะนำให้รังรองรู้จักกับพี่ชายของตัวเอง คือ “เอกชัย” (นิธิ สมุทรโคจร) ซึ่งเขาก็ถูกใจรังรองตั้งแต่แรกพบ และเริ่มคบหาโดยไม่รู้ว่ากำลังเป็นหมากตัวหนึ่งของน้องสาว แต่กลับไม่ได้ผลเพราะสกรรจ์ไม่ได้มีท่าทีเสียใจกับการที่รังรอง เปลี่ยนใจจากเขา ทำให้อัมวิกายิ่งชิงชังและเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้ชายมักง่าย และยิ่งรังเกียจเมื่อเห็นเขาเปลี่ยนคู่ควงเป็น “วิมาดา” (พิมอักษิพร วินโกมินทร์) โดยไม่รู้ว่าสกรรจ์นั้น มิได้รักรังรองอย่างคู่รัก ส่วนวิมาดา ก็เป็นเพียงผู้หญิงที่ “คุณสายใจ” (ธัญญา วชิรบรรจง) ผู้เป็นแม่จัดการให้เป็นคู่หมาย โดยแอบตกลงกับ “คุณโสภา” (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) แม่ของวิมาดาเงียบๆ
อัมวิกาได้พบกับ “สกนธ์ ศานติวรรษ” (วรินทร ปัญหกาญจน์) น้องชายของสกรรจ์ที่อัมวิการู้สึกว่า น่าจะง่ายกว่าถ้าจะลวงสกนธ์ให้ตกหลุมพรางที่เธอวางไว้ เพราะสกนธ์พอใจเธอจนออกนอกหน้า เพื่อต้องการให้สกนธ์เป็นสะพานให้เธอเข้าถึงสกรรจ์ได้อย่างเนียนๆ โดยไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่สกนธ์จะได้พบกับเธอ เขาเพิ่งจะสลัดรักจาก “สุภาพรรณ” (แอนเน็ท เธท) ลูกสาวคนเดียวของ “คุณสุรีย์” (ชุดาภา จันทเขตต์) เพราะสุภาพรรณเกิดตั้งท้อง ผู้ชายไม้เลื้อยอย่างสกนธ์ จึงตัดปัญหาง่ายดายด้วยการบอกเลิกและสั่งให้สุภาพรรณไปทำแท้ง
สกรรจ์รู้ถึงความสนิทสนมของน้องชายกับอัมวิกา พยายามขัดขวางทุกอย่างเพราะไม่อยากให้มีผู้หญิงคนไหนต้องเสียใจ เพราะน้องชายอีก แต่อัมวิกากลับเข้าใจผิดว่าเป็นการหึงหวง และพี่น้องก็เริ่มทะเลาะกัน “คุณสันติ” (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ผู้เป็นพ่อ เข้าข้างสกรรจ์สุดตัว ตรงข้ามกับคุณสายใจ ที่เข้าข้างลูกชายคนเล็ก
สกรรจ์ รู้สึกถึงความทุกข์ที่เริ่มรุกเร้าเข้ามาในบ้าน เสียงพ่อแม่ทะเลาะกัน น้องชายที่สำมะเลเทเมา ด่าทอพี่ชายอย่างสิ้นความนับถือ ยิ่งเป็นความสาแก่ใจของอัมวิกา เธอยิ่งยั่วให้สกนธ์หลงรักหัวปักหัวปำ แต่พอสกนธ์พูดเรื่องแต่งงาน อัมวิกาก็แกล้งบ่ายเบี่ยงอ้างว่าสกรรจ์ไม่ชอบหน้าเธอ ถ้าเธอต้องแต่งงานไปก็คงไม่มีความสุข สกนธ์ยิ่งโกรธพี่ชาย สบโอกาสที่สกรรจ์ไปพบกับสุภาพรรณเพื่อขอโทษแทนน้องและจะขอรับเป็นพ่อ ของเด็กในท้องแทน สกนธ์รีบใช้จังหวะนี้ใส่ร้ายพี่ว่าทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ ซ้ำยังบังคับให้สุภาพรรณไปทำแท้ง สุภาพรรณที่เสียใจจนขาดสติในตอนแรก ตัดสินใจจะกำจัดมารหัวขน แต่อัมวิกาที่คอยตามจับตาดูสุภาพรรณเพื่อหาความจริงเรื่องนี้เข้าห้าม และให้สติ ทำให้สุภาพรรณคิดได้ กลับไปบอกแม่และ “อาจอง” (กานต์ อรุณเรืองสวัสดิ์) พี่ชายว่าจะขอหนีความอับอายไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อ และคลอดลูกที่นั่น ก่อนไป สุภาพรรณได้พูดจากับอัมวิกา เน้นว่า เธอไม่มีวันยกโทษให้ผู้ชายตระกูล ‘ศานติวรรษ’ เด็ดขาด คำพูดของสุภาพรรณยิ่งทำให้อัมวิกาชิงชังสกรรจ์มากขึ้นเป็นทวีคูณ ประกาศย้ำกับตัวเองว่าชาตินี้ ถึงจะต้องตายก็จะต้องจัดการให้สกรรจ์รู้สำนึกให้ได้ !!!
สกนธ์ขอเข้ามาทำงานกับพี่ชาย ถึงจะยังไม่เชื่อใจน้องนักแต่สกรรจ์ก็ดีใจที่สุด แม้สกนธ์จะทำงานอย่างคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่สกรรจ์ก็ตั้งหน้าตั้งตาสนับสนุนน้อง เป็นพี่ชายที่แสนดีทุกอย่างและเริ่มคิดว่าอัมวิกาอาจเปลี่ยนสกนธ์ได้ จริงๆ สกรรจ์เอ่ยชวนอัมวิกาเข้ามาทำงานในบริษัท อัมวิกาวางฟอร์มปฏิเสธตอนแรก แต่สุดท้ายก็รับปาก สกรรจ์ไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนของอัมวิกาที่ยุให้สกนธ์เข้ามาทำงาน โดยใช้ความรักของสกนธ์เป็นเหยื่อล่อว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับผู้ชายหลักลอยอย่างสกนธ์ ซ้ำยังเอ่ยชมสกรรจ์ว่าเป็นคนเก่ง เป็นผู้ชายที่ผู้หญิงน่าจะฝากชีวิตไว้เป็นที่สุด สกรรจ์เริ่มสงสัยอัมวิกาและต้องการค้นหาความจริงแต่กลายเป็นว่าเขา กลับหลงรักหญิงสาวเข้าให้แล้ว ส่วนอัมวิกา เมื่อมาเห็นอำนาจของสกรรจ์ที่กุมทุกอย่างไว้ในมือ เป้าหมายก็เริ่มขยายจากที่แค่คิดจะทำให้ผู้ชายตระกูลศานติวรรษต้อง เจ็บปวดเรื่องความรักอัมวิกายังคิดทำให้พวกศานติวรรษพบจุดจบที่ความสูญ เสียสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องหัวใจและธุรกิจ !
ความแค้นของอัมวิกาเหมือนไฟที่ลามไหม้ และไม่มีใครมาทัดทานได้ ในขณะที่สกรรจ์แอบได้ยินความจริงจากปากรังรองที่พูดระบายความทุกข์ใน ใจกับเอกชัยเรื่องการแก้แค้นของอัมวิกา ดังนั้นจึงขัดขวางการคบกันของสกนธ์กับอัมวิกา สกนธ์ขออัมวิกาแต่งงานแต่เธอบ่ายเบี่ยง ในขณะที่สายใจบังคับให้สกรรจ์แต่งงานกับวิมาดาแต่เธอไม่ยอมและหนี ไปจนพบอาจองโดยบังเอิญและแอบคบกันเงียบๆ สกรรจ์บอกอัมวิกาว่าเขารู้แผนการของเธอแล้วและให้เลิกเสียแต่อัม วิกาไม่ยอม สกรรจ์จึงจับตัวเธอไป สกนธ์ตามไปช่วยอัมวิกาถือโอกาสนี้บอกเขาว่าผู้ชายที่เธอรักคือสกรรจ์ และยังโกหกว่าเป็นของสกรรจ์แล้ว ทำให้สกนธ์คุ้มคลั่ง และเห็นวิญญาณอัปสรตามมาเอาชีวิตจนกลายเป็นคนจิตหลอนและควบคุมตัวเอง ไม่ได้ สุภาพรรณกลับเมืองไทยพร้อมลูกและขอบคุณอัมวิกาที่ทำให้เธอไม่คิดสั้น และเล่าเรื่องของเธอกับสกนธ์ให้ฟังทำให้อัมวิการู้ความจริงว่าเธอ เข้าใจผิดและแก้แค้นคนผิดมาตลอด
สายใจมาขอร้องให้อัมวิกาแต่งงานกับสกนธ์เพราะสงสารลูก อัมวิกามาหาสกนธ์ที่บ้าน และตกใจกับสภาพเขาที่ไม่ต่างอะไรกับซากศพ สกนธ์ร้องโวยวายถึงแต่อัปสรว่าจะตามมาฆ่า ภาพมนุษย์ใจบาปที่หวาดกลัวทุกสิ่ง ร้องไห้ สลับคุ้มคลั่ง…น้ำตาแม่ที่รักลูกหลั่งรินแทบกลายเป็นสายเลือด…พี่ชายที่ หน้าตาหมองคล้ำเพราะห่วงน้อง สงสารแม่ …พ่อที่นิ่งเงียบ หากสีหน้าบ่งชัดว่าหัวใจกำลังร้องไห้…แทนที่จะเป็นความสาแก่ใจของอัม วิกา เธอกลับรู้สึกหดหู่และเศร้าสร้อย และยิ่งช้ำหนักเมื่อสุภาพรรณอุ้มลูกมาดูแลพ่อ อัมวิกาเพิ่งเข้าใจชัดแจ้งตอนนี้เองว่า ‘สวรรค์ในอก นรกในใจ’ นั้นเป็นอย่างไร สกรรจ์ ทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีอีกครั้งด้วยการพยาบาลน้องชายใกล้ชิด สายใจที่ไม่เคยรักลูกชายคนโต เห็นความรักน้องของสกรรจ์ ก็เสียใจ เข้าไปโอบกอดลูกเป็นครั้งแรก และขอโทษ สุภาพรรณเองก็คอยพาลูกมาหา จนสกนธ์อาการดีขึ้น ยอมรับผิด และขอไปกราบขอขมาต่อสุรีย์กับความผิดทั้งหมด สกรรจ์เตือนสกนธ์ว่าอีกครอบครัวที่สกนธ์ควรไปกราบขอโทษคือ ครอบครัวของอัมวิกา สกนธ์กราบเท้าขอโทษบังอร และพูดในสิ่งที่ทุกคนคิดไม่ถึงคือจะขอบวชให้กับวิญญาณอัปสร เมื่อเรื่องทั้งหมดคลี่คลาย สกรรจ์ตามไปพบอัมวิกา เธอถามเขาว่าไม่โกรธหรือเขารักอัมวิกา สกรรจ์บอกเธอว่าเขาเชื่อมั่นในอานุภาพของความรักจะทำให้เกิดความ สุขแท้จริง มิใช่ความแค้น .. และขอให้อัมวิกาลืมเรื่องทั้งหมดเสีย ทำให้อัมวิการ้องไห้ โผเข้ากอดสกรรจ์ ผู้ชายที่เปลี่ยน ‘ไฟแค้น’ ในใจเธอให้กลายเป็น ‘ความรัก’ ได้
อัมวิกากราบขอโทษสกรรจ์และขอร้องว่า ต่อแต่นี้ไป..ขอให้สกรรจ์อยู่เคียงข้างเธอ สอนเธอให้เข้าใจรักแท้ที่ผู้หญิงเก่งอย่างเธอ รู้ตัวแล้วว่ายังอ่อนหัดนัก
รายชื่อนักแสดง
ทฤษฎี สหวงษ์ แสดงเป็น สกรรจ์
ณปภา ตันตระกูล แสดงเป็น อัมวิกา
นิธิ สมุทรโคจร แสดงเป็น เอกชัย
แอนเน็ท เธท แสดงเป็น สุภาพรรณ
พิมพ์อักษิพร วินโกมินทร์ แสดงเป็น วิมาดา
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แสดงเป็น โสภา
วรินทร ปัญหกาญจน์ แสดงเป็น สกนธ์
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ แสดงเป็น สันติ
ธัญญา วชิรบรรจง แสดงเป็น สายใจ
กาญจนา จินดาวัฒน์ แสดงเป็น บังอร
วาสิตา วิเศษพันธุ์ แสดงเป็น อัปสร
ปรไพ สิโนทก แสดงเป็น ลำดวน
ชาวดิน รัฐกาญจน์ แสดงเป็น หัสดี
เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ แสดงเป็น รังรอง
ชุดาภา จันทเขตต์ แสดงเป็น สุรีย์
โอเลี้ยง เชิญยิ้ม แสดงเป็น ชอบ
กานต์ อรุณเรืองสวัสดิ์ แสดงเป็น อาจ-อง
ชมพู่ ก่อนบ่ายฯ แสดงเป็น ก้อย
เรื่องย่อ โบตั๋นกลีบสุดท้าย
September 11, 2008
บทประพันธ์ กานติมา
บทโทรทัษน์ เอกลิขิต
กำกับการแสดง คุณชนะ คราประยูร
ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์
ณ งานประกาศรางวัลงานเขียนยอดเยี่ยมที่จัดเป็นประจำทุกปี นวนิยายเรื่อง “โบตั๋นกลีบสุดท้าย” จากผู้เขียนที่ใช้นามปากกา สำเภาทอง ได้รับรางวัลนวนิยายยอดเยี่ยม ในขณะที่นวนิยายเรื่อง “ปีกมัจจุราช” ของ มนชนก ซึ่งในนามปากกาว่า “แก้วพรรณราย” ต้องพลาดรางวัลไปอย่างพลิกล็อค เพราะมนชนกไม่คิดว่าสำเภาทองซึ่งเธอไม่เคยรู้จักว่าเขาเป็นใครจะ เปลี่ยนแนวการเขียนจากแนวเมโลดราม่า มาเป็นแนวสะท้อนปัญญาครอบครัว ไม่เคยมีใครรู้ว่า “สำเภาทอง” มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร รู้แต่เพียงว่าเขาคือชายหนุ่มเชื้อสายจีนที่มีลีลาการเขียนนวนิยายที่ พลิ้วไหว ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โดยมี ดนัยเลขาส่วนตัว ส่งต้นฉบับให้สำนักพิมพ์ต่างๆ และเป็นผู้ติดต่อและประสานงานทั้งหมด
แท้ที่จริงสำเภาทองคือ ธีรเดช หรือ อาจู ลูกชายคนสุดท้องของอาเซงกับเหมยหลิง สองสามีชาวจีนขายข้าวมันไก่ เป็ดพะโล้จนสามารถส่งเสียลูกชายทั้ง 3 คนก็คือ ธีรชัย หรืออาโจว , ธีรชาติ หรือ อาจิว และธีรเดช หรือ อาจู จนจบปริญญาตรี ในสายตาของอาเชง อาจูมักเป็นลูกชัง ส่วนอาโจวและอาจิวนั้นเป็นลูกรัก อาโจวเข้าทำงานกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์และแต่งงานกับจรัสศรี ลูกข้าราชการใหญ่ อาจิวเข้าทำงานธนาคาร ส่วนอาจูนั้นรักการเขียนจึงตัดสินใจรับงานเขียนประเภทนวนิยายนิตยสาร และเมื่ออาจูรู้ว่าพ่อมักจะใช้เวลาว่างในการอ่านนิตยสาร “ระเบียงบึง” อาจูจึงตัดสินใจที่จะใช้งานเขียนของตน โดยที่พ่อไม่เคยรู้ว่า “สำเภาทอง”คือนามปากกาของตน เป็นสื่อกลางในการให้แง่คิดและเปลี่ยนทัศนคติของผู้เป็นพ่อ
เรื่องราวของครอบครัวชาวจีนที่มีแต่ลูกสาวไม่มีลูกชายเป็นผู้สืบสกุล คืองานเขียนที่อาจูจะใช้เป็นยาทิพย์ชโลมใจผู้เป็นพ่อ อาจูตัดสินใจเลือกครอบครัวคณะงิ้ว “ฉางซิน” เป็นแหล่งข้อมูลในการเขียนนวนิยายเรื่องใหม่ เขาตัดสินใจไปสมัครงานเพื่อล้วงลึกสายสัมพันธ์ ตันหยง บุตรสาวคนเล็กของนายฉางและนางซิน ซึ่งไม่เชื่อว่าอาจูด้อยการศึกษาและตกงาน เธอคิดว่าอาจูเป็นหนอนบ่อนไส้ ทำให้ทั้งสองเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่ตลอด อาฉางและอาซินมีลูกสาว 3 คน ที่มีความงดงามและนิสัยใจคอต่างกัน ดาหลา บุตรสาวคนโตอยากเรียนพยาบาลแต่พ่อไม่สนับสนุน เป็นคนสวย อ่อนหวาน เธอมักจะได้แสดงงิ้วในบทนางร้ายเสมอ ดาหลาได้แต่งงานกับพงษ์เลิศ ลูกชายคนเดียวของเจ้าสัวกำธรและมาดามเหลียว มีลูก 2 คนคือหยกกับหงษ์ ปาหนัน บุตรสาวคนกลาง เจ้าอารมณ์เอาแต่ใจตัวเอง เธอเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการแสดงงิ้ว เธอจึงมักจะได้เป็นนางเอกเสมอ เธอให้ความสนใจชายหนุ่มเป็นพิเศษอยู่ 3 คน คือ เดชา เสี่ยหนุ่มใหญ่เจ้าของกิจการร้านทอง อติเทพ ผู้กำกับละครชื่อดังและ แอนดี้ เพล์บอยหนุ่มนักเรียนนอก ส่วนลูกสาวคนสุดท้อง ตันหยง เธอใฝ่ฝันที่จะเปิดอู่รถ มีนิสัยห้าวหาญเยี่ยงชายฉกรรจ์ มักได้แสดงเป็นดาวร้ายฝ่ายชายเสมอ ด้านอาหลง เด็กชายกำพร้าที่อาฉางและอาซินรับเลี้ยงไว้ จึงทำทุกอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ มักได้รับบทเป็นพระเอกอยู่เสมอ เขาหลงรักปาหนัน โดยที่อาซุ่นพ่อบ้านของคณะรู้มาโดยตลอด อาจูได้ฟังเรื่องราวจากอาซุ่น เห็นความน่าสนใจของตระกูลฉางจึงตั้งชื่อนวนิยายว่า “โบตั๋นกลีบสุดท้าย”
ร้านข้าวมันไก่อาเซงต้องปิดชั่วคราวเพราะล้มป่วยด้วยโรคไต โดยไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นอาจูเป็นคนรับผิดชอบ อาเซงคิดว่าอาโจวและอาจิวช่วยกันออกค่ารักษา แต่ทั้งคู่ไม่เคยมาเยี่ยมอาเซงเลย ช่วงที่อาเซงอยู่ที่โรงพยาบาลยามว่างเขาจึงอ่านนิตยสาร “ระเบียงบึง” และครั้งแรกที่เขาอ่านไม่มีนวนิยายเรื่องใดที่เขาจะติดตามอ่านนอกจาก “โบตั๋นกลีบสุดท้าย” มันทำให้ความคิดเริ่มเปลี่ยนไป อาเซงได้ฝากอาจูชมนักเขียนที่ชื่อ “สำเภาทอง” ว่าน่าสนใจและน่าติดตาม เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้พ่อเห็นคุณค่าในตัวเขาแม้จะไม่รู้ว่า แท้จริงก็คือบุตรชายตนเอง
งิ้วเรื่องกระบี่มารได้กลับมาปัดฝุ่นอีก ครั้ง แต่ขาดเงินลงทุน เดชาจึงยื่นข้อเสนอให้ยืมเงินโดยไม่ต้องคืนแต่ต้องแลกกับตัวปาหนัน เมื่อทุกคนในบ้านรับรู้จึงช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหา อาจูประทับใจที่ทุกคนไม่ทิ้งกันโดยเฉพาะลูกสาวทั้งสามและอาซินต่าง ซึ่งจากครอบครัวของเขา ตันหยงได้ระบายความอัดอั้นทั้งหมดกับอาจู คำพูดและคำปลอบของอาจูทำให้ตันหยงสงสัยในตัวเขามากขึ้น เธอแอบเข้าไปค้นห้องอาจู วันรุ่งขึ้นอาจูถูกเรียกพบ อาฉางเห็นบทนวนิยายที่เขาทิ้งลงขยะ อาจูแก้ตัวว่าเป็นนวนิยายที่เขาเขียนชิงรางวัล อาฉางเห็นความตั้งใจจึงให้อาจูลองแต่งงิ้วเรื่องใหม่ชื่อ “ศึกรักบัลลังก็เลือด”
ด้านอาเซงอาการดีขึ้น อาจูพาไปพักรักษาตัวที่บ้านริมน้ำ โดยอาจูจะส่งนิตยสาร “ระเบียงบึง” ให้เขาอ่านทุกฉบับ ส่วนอาฉางเริ่มให้ทุกคนซ้อมงิ้วเรื่องใหม่ ดาหลาใจลอยไม่ตั้งใจซ้อมเลยถูกอาฉางตำหนิ ตันหยงคะยั้นคะยอถามพี่สาวจึงรู้ปัญหาว่าพงษ์เลิศเป็นเกย์ และดาหลาได้ขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ หลักการซ้อมอาจูเห็นตันหยงออกไปข้างนอกจึงแอบตามไป เห็นตันหยงมีเรื่องกับกลุ่มอันธพาลอาจูจึงเขาไปช่วยและได้รับบาด เจ็บ ตันหยงเลยช่วยทำบาดแผลและมองเขาในทางที่ดีขึ้น และได้ปรึกษาปัญหาของดาหลากับอาจู อาจูแนะนำให้ดาหลาเป็นผู้ตัดสินใจเอง
ส่วนปาหนันได้ออกไปเที่ยว กับแอนดี้ โดยลืมไปว่าเธอนัดฉลองวันเกิดกับอาหลงทำให้อาหลงเสียใจ ดื่มเหล้าเมามายจนมีเรื่อง อาจูและตันหยงออกมาช่วยแต่อาหลงแขนหักไม่สามารถแสดงงิ้วได้ อาฉางรับสมัครพระเอกงิ้วคนใหม่แต่ไม่มีใครที่มีฝีมือเท่าอาหลง จนทำให้อาฉางเลือกอาจูมาเป็นพระเอกแทน ด้านดาหลาตัดสินใจหย่าขาดกับพงษ์เลิศขอเป็นฝ่ายเลี้ยงลูกทั้งสองเอง ทำให้อาฉางล้มป่วย อาซุ่นช่วยดูแลการซ้อมแทนอาฉาง ส่วนตันหยงยังคอยแกล้งอาจูเสมอแต่ภายในใจกลับมีความรู้สึกที่ประหลาด ขึ้น เธอสุขใจและอบอุ่นที่ใกล้ชิดเขา อาจูก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากเธอ แต่ด้วยทิฐิเธอจึงปิดกั้นความรู้สึกเอาไว้ แต่ไม่รอดพ้นจากสายตาของปาหนัน วันหนึ่งปาหนันช่วยอาจูไปเที่ยวทำให้เดชาไม่พอใจจึงให้ลูกน้องมา ทำร้ายอาจูจนได้รับบาดเจ็บ ตันหยงรู้จึงไปเยี่ยมและหลงกลปาหนันจนเผลอบอกรักอาจู เรื่องราวความเข้มข้นยังไม่ยุติเพียงเท่านี้ ความสัมพันธ์ของทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชม “โบตั๋นกลีบสุดท้าย”
รายชื่อนักแสดง
อธิชาติ ชุมนานนท์ รับบท อาจู / ธีรเดช
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ รับบท ตันหยง
เกียรติกมล(ตุ้ย AF) ล่าทา รับบท อาหลง
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ รับบท ปาหนัน
เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบท ดาหลา
นิรุตต์ ศิริจรรยา รับบท อาเซง
เศรษฐา ศิระฉายา รับบท อาฉาง
ทาริกา ธิดาทิตย์ รับบท อาซิน
ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ รับบท ดนัย
วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท พงษ์เลิศ
เรื่องย่อ สะใภ้ลูกทุ่ง
September 10, 2008
บทประพันธ์ : กรุง ญ. ฉัตร
บทโทรทัศน์ : ปณิธี ศุภศักดิ์สุทัศน์ -อภิวัฒน์ เล่าสกุล
กำกับการแสดงโดย : กฤษณ์ ศุกระมงคล
ดำเนินการผลิต : บริษัท ละครไท จำกัด
ออกอากาศ : ทุกวันพุธ — พฤหัสบดี เวลา 20.30 — 22.30 น.
ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่ม 18 กันยายน 2551
อาติยะ (อาตี้) สถาปนิกหนุ่มรูปหล่อ ลูกชายคนเล็กของท่านอธิบดีอธิปได้รับปากกับจิตอนงค์ ผู้เป็นแม่ว่าจะยอมเดินทางไปอุบลราชธานีเพื่อดูตัวหญิงสาวที่ตอนแรก แม่หมายมั่นอยากให้แต่งงานกับอาสนะ (อ้าด) ผู้เป็นพี่ชาย แต่อาสนะไม่ยอมที่จะแต่งงานเพราะแท้จริงแล้วอาสนะเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครทราบนอกจากอาตี้ สาเหตุที่จิตอนงค์ยกลูกชายให้แต่งกับสาวบ้านนอกที่ชื่อ ช่อประยงค์ (เค็ม) เพราะว่าคุณนายบัวศรี (ย่าใหญ่) เศรษฐีแห่งเมืองอุบลฯ ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของอธิปและย่าของอ้าดและอาตี้ จะยกสมบัติให้หลานเขย จิตอนงค์จึงไม่ยอมพลาดโอกาส เพราะได้ชื่อว่าเป็นคนขี้เหนียว ขี้งก และจอมประหยัด อ้าดได้เขียนจดหมายไปต่อว่าเค็มแต่กลับลงชื่อว่าเป็นอาติยะผู้น้อง ทำให้คุณนายบัวศรีและเค็มเป็นลมและช็อคไปชั่วขณะ จิตอนงค์บังคับให้อาตี้ไปอุบลฯกับตน แต่อาตี้ ไม่ยอมไปคนเดียวจะต้องเอาอ้าดไปด้วย เมื่อถึงเวลาไปอาตี้ป่วยเป็นไข้ทำให้เดินทางไปกับจิตอนงค์และอ้า ดไม่ได้จึงขอตามไปทีหลัง ที่อุบลฯ อ้าดและเค็มแทบจะไม่มองหน้ากันแต่เค็มนั้นได้แอบชอบอ้าดอยู่
สมวิญญา (มุ่ย) นักศึกษาแพทย์ที่เจริญรอยตามพ่อจิระที่เป็นแพทย์ผู้ยึดมั่นในอุดมคติ อยู่ชนบท มุ่ยเป็นน้องสาวเค็มที่ต่างกันลิบลับ มุ่ยมาที่บ้านคุณนายบัวศรีจนมีปากเสียงกับอ้าด คุณนายบัวศรีได้ไล่ตะเพิดมุ่ยออกไปให้พ้นหน้า หลังออกมาจากบ้านคุณนาย บัวศรี มุ่ยได้ขี่มอเตอร์ไซต์เฉี่ยวอาตี้จนตกลงไปนอนอยู่ในแอ่งควาย มุ่ยได้พาอาตี้ไปทำแผลที่บ้าน อาตี้จึงได้นอนค้างที่บ้านมุ่ย วันหนึ่งอาตี้เดินทางไปหาหมอจิระพบว่ามุ่ยกำลังจะออกไปเที่ยวแก่ง ทั้งสองจึงไปเที่ยวด้วยกัน มุ่ยเดินลื่นตกน้ำ อาตี้ได้ลงไปช่วย ทั้งสองจึงไปขอเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชาวบ้านแถวนั้น และต้องนอนค้างที่นั้น อาตี้ก็เริ่มสนใจในตัวมุ่ยซึ่งไม่เหมือนกับสาวๆ ของเขาที่กรุงเทพฯ อย่าง สุชาวดีและภิรมยา
หมอสหโชค คู่ขาของอ้าดแฟนมุ่ยได้ขอยืมเงินจากอ้าดหนึ่งแสนบาท จึงมายืมเงินจากคุณนายบัวศรีแต่มีข้อแม้ว่าอ้าด ยอมแต่งงานกับเค็ม ซึ่งอ้าดก็ยอม ด้านสหโชคได้มาขอคืนดีกับมุ่ยหลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ มุ่ยก็ยอมกลับมาคบเขาต่อแต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะรู้ว่าสหโชค นั้นอยู่กับอ้าด งานแต่งงานของอ้าดกับเค็มถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ในวันส่งตัวเข้าหอเค็มต้องอยู่คนเดียวเพราะอ้าดนั้นขอตัวไปหาเพื่อน อ้าดกับเค็มแทบจะไม่มองหน้าเลยเลย เค็มเสียใจมาก แต่ก็ได้อาตี้ที่ให้กำลังเค็มและก็เป็นคนเดียว ในบ้านที่เค็มสามารถพูดคุยด้วยได้
อาตี้สนใจในตัวมุ่ยจึงคอยไปหาที่โรงพยาบาลแต่มุ่ยชอบแกล้งกลับไป อยู่เรื่อย จนวันหนึ่งทั้งสองได้พบกันอาตี้มาบอกว่า พ่อของมุ่ยไม่สบายแต่ไม่อยากให้ใครเป็นห่วง หลังจากที่ไปอยู่บ้านในฐานะสะใภ้ได้ไม่นาน อ้าดก็เริ่มวางแผนให้สหโชคเข้ามาพัวพันกับเค็มเพื่อจะกล่าวหาว่า เค็มมีชู้แต่สหโชคไม่เต็มใจแต่ต้องยอมเพราะกลัวอ้าดจะเอาคนเลว ๆ มาเล่นงานเค็มหนักกว่าเดิม อ้าดเอารูปของสหโชคที่เขียนข้อความชู้สาวมาไว้ใต้หมอนเค็มแล้ว เอะอะโวยวายว่าเค็มมีชู้ ในที่สุดเค็มก็หย่ากับอ้าดแล้วกลับไปอยู่บ้าน สหโชค ขอเลิกกับอ้าดแล้วเอาเงินมาคืนเพราะว่าละอายใจที่ทำให้เค็มต้อง เสียใจ อาตี้ได้รับโทรศัพท์จากเค็มว่าหมอจิระได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ อาตี้ไปช่วนงานศพที่อุบลฯ และนำเงินที่อธิปผู้เป็นพ่อฝากมาให้มุ่ย แต่มุ่ยไม่รับจึงนำไปให้เค็มเก็บไว้แทน เค็มอยู่ในสภาพตายทั้งเป็นมุ่ยกล่าวโทษอ้าดกับพวกที่บ้านอาตี้ว่าเป็น ตัวการทำให้พ่อต้องเสียชีวิต จิตอนงค์ได้หาทางกำจัดมุ่ยออกจากชีวิตของอาตี้ โดยอาศัย สองสาวภิรมยาและสุชาวดี มุ่ยได้รับจดหมายทวงเงินจากจิตอนงค์ มุ่ยเลยนำเงินไปคืนด้วยตัวเองที่บ้าน
วันหนึ่งอาตี้ได้บอกรักมุ่ย แต่มุ่ยไม่ตอบรับรักเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเครือญาติของคุณนายบัว ศรี อาตี้เลยบอกให้มุ่ยเอาชนะพวกนั้นโดยการแต่งงานกับเขา มุ่ยของเวลาคิดเรื่องนี้ ในที่สุดมุ่ยก็ตกลง โดยจะขอไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภออย่างเดียว มุ่ยมีข้อแม้ว่าห้ามอาตี้ล่วงเกินตนจนกว่าอนงค์จะยอมรับตนเองเป็นลูกสะ ใภ้ อาตี้ได้พามุ่ยมาฮันนีมูนที่บ้านพักชายทะเล ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้ทั้งคู่มีความสุขมาก เมื่อเดินทางกลับมาบ้านอาตี้ก็เห็นสุชาวดีนั่งรออยู่ สุชาวดีได้บอกอาตี้ว่ามีนัดคุยกับแม่เธอเรื่องเขียนแบบ คืนนั้น สหโชคได้โทรบอกมุ่ยว่าเห็นอาตี้อยู่กับสุชาวดีที่คลับ อาตี้เอาแต่ทำงานจนมุ่ยต้องกลับบ้านคนเดียว พอดีสหโชคผ่านมาเลยไปส่งมุ่ย ที่บ้าน อาตี้ได้รับโทรศัพท์จากจิตอนงค์ว่าสหโชคมาส่งมุ่ยทุกวันจึงโกรธ สุชาวดีเข้ามาหาอาตี้เขาเลยเคลิ้มไปกับเธอ มุ่ยเข้ามาเห็น ทั้งคู่กำลังนัวเนียกันอยู่จึงวิ่งออกไป ทั้งสองมีปากเสียงกัน อาตี้โกรธมากเลยใช้กำลังขืนใจมุ่ย จิตอนงค์คิดแผนที่จะกำจัดมุ่ยจึงโทรไปบอกอาตี้ว่าสหโชคมาเยี่ยมมุ่ย ถึงในห้องนอน ทั้งคู่เลยทะเลาะกันหนัก ด้านจิตอนงค์ก็ใส่ไฟว่าอาตี้ยังรักสุชาวดีอยู่ เมื่ออาตี้กลับมาเขาได้เห็นจดหมายและใบหย่าที่มุ่ยได้เซ็นทิ้งไว้ ให้เขา
มุ่ยเดินทางกลับอุบลฯ มาเป็นหมอดูแลคนที่ชนบท ความผูกพันของสหโชคกับเค็มเริ่มพัฒนาขึ้นเลย ๆ จนในที่สุดสหโชคกับเค็มก็ตกลงที่จะแต่งงานกัน คุณนายบัวศรีกับมุ่ยก็กลายเป็นป้าหลานที่รักกัน วันหนึ่งอาตี้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ มุ่ยทราบข่าวก็ทำเป็น ไม่สนใจ คุณนายบัวศรีได้เขียนจดหมายมาถึงอธิปเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง อาตี้เดินทางไปง้อมุ่ยที่อุบลฯ ในวันแต่งงานของสหโชค กับเค็ม อ้าดถือปืนไปยิงสหโชคแต่พลาดไปโดนอาตี้ทำให้อ้าดช็อตกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น อ้าดได้แอบเข้ามาเพื่อดูว่าอาตี้ปลอดภัยดี จึงฝากมุ่ยให้ดูแลอาตี้ด้วย แล้วฝากจดหมายขอโทษถึงพ่อกับแม่ หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ทั้งหมดผ่านไปอาตี้ ก็ลาออกจากงานที่กรุงเทพฯมาอยู่ที่อุบลฯกับมุ่ยและได้ออกแบบสถานี อนามัยแห่งใหม่แทนที่เดิม สถานีอนามัยแห่งนี้จึงมีคุณหมอที่ชื่อว่าคุณหมอสหโชคและคุณหมอมุ่ยและ มีผู้ช่วยมือใหม่ที่ชื่อคุณหมออาตี้
ติดตามชมความสนุกของละคร “ สะใภ้ลูกทุ่ง ” ทุกวันพุธ — พฤหัสบดี เวลา 20.30 — 22.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 เริ่ม ความสนุกตอนแรก 18 กันยายนนี้
นำแสดงโดย
กฤษฎา พรเวโรจน์ รับบท อาติยะ (อาตี้)
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รับบท สมวิญญา (มุ่ย)
นิธิ สมุทรโคจร รับบท อาสนะ (อ้าด)
วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย รับบท สหโชค
สุนิสา เจทท์ รับบท ช่อประยงค์ (เค็ม)
พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท คุณนายบัวศรี (ย่าใหญ่)
มนตรี เจนอักษร รับบท อธิบดีอธิป
ดวงตา ตุงคะมณี รับบท จิตอนงค์
ปณิตา พัฒนาหิรัญ รับบท สุชาวดี
พรรณชนิดา ศรีสำราญ รับบท ภิรมยา



ความคิดเห็นล่าสุด